อดีตทหารดวงเฮง!! คว้ารางวัลรถเก๋ง มูลค่าเหยียบล้าน ในงานพิธีเบิกเนตรรูปเหมือนหลวงปู่ดุลย์ฯ หลังซื้อสลากชิงโชคเพียง 400 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.00 น. ณ อุทยานหลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดป่าโยธาประสิทธิ์ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายวิชัย  ทัศนเศรษฐ์  ประธานกรรมการจัดสร้างอุทยานหลวงปู่ดูลย์  อตุโล พร้อมด้วยนายนุรุทธิ์  เจริญพันธ์  อดีต ส.ว.สุรินทร์ นายพิชิต สายแสงจันทร์ ส.อบจ.สุรินทร์ และคณะกรรมการ ในการจัดสร้างอุทยานหลวงปู่ดูลย์ อตุโล และรูปเหมือนหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ใหญ่ที่สุดในโลก หน้าตักกว้าง 8.09  เมตร สูง 19.20 เมตร. โดยได้รับการสนับสนุนจากการทำบุญของศิษยานุศิษย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมเป็นเงิน 30 ล้านบาท

20170207002

เพื่อเป็นที่ระลึกและศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวสุรินทร์ และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ธรรม และประวัติหลวงปู่ดูลย์ และให้เป็นปูชนียสถานศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวสุรินทร์ และประชาชนทั่วไปทุกสารทิศที่เคารบนับถือหลวงปู่ดูลย์ฯ พร้อมทั้งยัง รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งดินแดนอารยธรรมอีสานใต้

20170207003

คณะกรรมการ ในการจัดสร้างอุทยานหลวงปู่ดูลย์ อตุโล และรูปเหมือนหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ใหญ่ที่สุดในโลก จัดพิธีจับสลากมอบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า ซีวิค และโทรศัพท์มือถืออีก 5 เครื่องให้กับผู้โชคดีที่มาร่วมทำบุญในครั้งนี้ด้วย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ.60 ที่ผ่านมา สำหรับผู้โชคดีได้รับรางวัลรถยนต์เก๋ง คือ ร้อยตรีประวิทย์ อุดมเดช ข้าราชการบำนาญ ชาว จ.ชลบุรี เดินทางมารับมอบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า ซีวิต มูลค่ากว่า 700,000 บาท ไปครอบครอง

20170207004

ด้าน ร้อยตรีประวิทย์ อุดมเดช ข้าราชการบำนาญ กล่าวว่า ตนออลี่จากราชการทหาร สังกัด 21 พัน 1 รอ. จ.ชลบุรี ค่ายนวมินราชินี ได้รับโทรศัพท์ ช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ.60 ตอนแรกคิดว่าถูกพวก 18 มงกุฎหลอกลวง เพราะสมัยรับราชการทหารเคยมีคนถูกหลอกในลักษณะนี้ จึงโทรศัพท์สอบถามเพื่อความแน่ใจ เพราะกลัวจะโดนหลอกอีก เลยให้พี่ชายที่ทำงานการไฟฟ้าสุรินทร์ ติดต่อให้อีกทีว่าเป็นเรื่องจริงมัย พอรู้ว่าเป็นเรื่องจริง ตนดีใจมาก จนบอกไม่ถูก ไม่คิดว่าจะมีบุญกุศลได้รับรางวัลใหญ่ขนาดนี้

จังหวะที่เดินทางมาเยี่ยมพี่ชายที่ จ.สุรินทร์ ได้มารับประทานอาหาร ไอศรีม พี่ฟาร์มเมล่อน ของนายนุรุทธิ์  เจริญพันธ์  อดีต ส.ว.สุรินทร์ ที่อยู่ตรงข้าวการไฟฟ้าจังหวัดสุรินทร์ ตนซื้อซื้อสลากการกุศล ชิงโชค 4-5 ใบ ใส่ชื่อ ตนเอง ลูกชาย และแม่ ปรากฏว่าหลวงปู่ดูลย์ ท่านให้โชค.

ภาพ-ข่าว / ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว

สุดสลด!! ม้าเหล็กขยี้กระบะ อีกแล้ว ด.ญ.วัย 9 ขวบดับคาที่ 1 ราย สาหัส 3 ขณะพ่อรับกลับจากโรงเรียน

6 ม.ค. 60 – เมื่อเวลา 12.20 น. ร.ต.อ.สวาท รุ่งสันเทียะ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองที อ.เมืองสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าเกิดเหตุ รถไฟชนกับรถยนต์กระบะ บริเวณทางกั้นทางข้ามรถไฟ ห่างจากสถานีรถไฟเมืองที ประมาณ 200 เมตร และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดภายในรถ ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย

25600106004

หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ ได้รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถไฟเร็วขบวน ที่ 146 อุบลราชธานี – กรุงเทพฯ ซึ่งออกจากจังหวัดอุบลราชธานี มุ่งหน้า สู่ กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ผ่านมา ขณะกำลังจะถึงสถานีรถไฟเมืองที ช่วงจุดตัดทางข้ามทางรถไฟ ได้มีรถปิกอัพ อีซูชุ ดีแม็ก ทะเบียน 1 ฒฒ 7658 กรุงเทพมหานคร มีนายสุรพันธุ์ นวลแย้ม อายุ 34 ปี ชาวบ้านเลขที่ 124/1 หมู่ที่ 7 ต.เมืองที อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นคนขับ ได้ขับรถข้ามทางรถไฟ ขณะที่รถไฟขบวนดังกล่าวกำลังจะวิ่งเข้าเทียบท่าชานชาลา สถานีรถไฟโดยไม่ทันสังเกตุ ทำให้รถไฟพุงชนรถกระบะอย่างแรง และลากเอาซากรถไปไกลถึง 300 เมตร ก่อนเข้าสถานี

25600106006

ทำให้ผู้โดยสารที่มาในรถกระบะ 4 คน ประกอบด้วยนายสุรพันธ์ นวลแย้ม อายุ 34 ปี คนขับเป็นพ่อ และลูกสาว 2 คน หลานสาวอีก 1 คน ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนเมืองทีได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตคาที่หนึ่งราย ทราบชื่อ น้องเนย หรือ ด.ญ.วันวิสา นวลแย้ม อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนเมืองที เป็นลูกสาวของนายสุรพันธ์ ส่วนนายสุรพันธ์พร้อมลูกสาวและหลานสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส ประกอบด้วยน้องนุ่มหรือ ด.ญ.ณัฐนันท์ นวลแย้ม เรียนอยู่ชั้น ป. 2 (ลูกสาว) ,ด.ญ ศิริวรรณ สิงหเวหน (หลานสาว) อาสากู้ชีพและกู้ภัยได้ช่วยชีวิต และนำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์เร่งด่วน

25600106001

นายวันเพ็ญ แสนดี ผู้โดยสารรถไฟเร็วขบวน ที่ 146 อุบลราชธานี –กรุงเทพฯ ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า รถไฟพุงชนรถปิกอัพอย่างแรง ตั้งแต่แผงกั้นข้ามทางรถไฟ ด้านทิศตะวันออกสถานีรถไฟเมืองที วันนี้ไม่มีคนกั้นทางรถไฟ รถไฟพุงชนเต็มๆกลางลำรถปิกอัพ ตามหลักต้องมีแผงกั้น ทำแล้วแต่ยังไม่เสร็จ และลากเอาซากรถปิกอัพไปไกลถึง 200-300 เมตร ก่อนเข้าสถานี ตอนชนกันเสียงดังสนั่น พร้อมกลิ่นเหม็นไหม้ ลากยาวมาตามรางรถไฟ

นางนาง นิลสุข ชาวบ้าน ข้างๆสถานีรถไฟเมืองที  กล่าวว่า พ่อเขามาจากบ้านเพื่อมารับลูกสาว 2 คน และหลานอีก 1 คน ที่โรงเรียนบ้านเมืองที ที่อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟเมืองทีพอดีวันนี้โรงเรียนเลิกครึ่งวัน ขณะขับรถยนต์กำลังจะข้ามทางรถไฟ  พอดีนายสถานีรถไฟเมืองที ได้โบกธงแดง และเตือนแล้วว่า อย่าเพิ่มข้ามมา คนขับปิกอัพก็ผงกหัวแล้ว จนกลายเป็นเหตุโศกนาฏกรรม ทำให้ลูกสาววัย 9 ขวบเสียชีวิตคาที ส่วนคนขับปิกอัพ ลูกสาว และหลานสาวอีกคน บาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัยสุรินทร์เร่งนำส่งโรงพยาบาลสุรินทร์

25600106005

เบื้องต้นคาดว่านายสุรพันธ์ คงไม่ทันสังเกตเจ้าหน้าที่ที่ให้สัญญาณ และไม่ได้ยินเสียงหวูดรถไฟ จนเกิดอุบัติเหตุเศร้าสลดขึ้น ขณะที่ทางกั้นรถไฟกำลังอยู่ในช่วงระหว่างก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ และใช้งานยังไม่ได้  ส่วนขบวนรถไฟไม่ได้รับความเสียหาย ผู้โดยสารทุกคนปลอดภัย แต่ขบวนรถต้องหยุดวิ่ง เพื่อเคลียร์รถปิคอัพออกนอกเส้นทางใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเดินรถต่อไปได้.

ภาพ – ข่าว / ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว

คลื่นมหาชน คนสุรินทร์ กว่า 3 หมื่น ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แสดงความอาลัย ดังกึกก้อง!!

น้องณิชา หรือเด็กหญิงณิชารัศม์ วิริยะเลิศผล อายุ 3 ขวบ ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แสดงความอาลัยต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ร่วมกับคลื่นประชาชน คนสุรินทร์ ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทุกหมู่เหล่า ทุกเพศทุกวัย กว่า 3 หมื่นคน

เมื่อวันที่ 9 พ.ย.59 ที่ผ่านมา เมื่อเวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานถึง บรรยากาศที่ลานอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดี ศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้มีประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ กว่า 3 หมื่นคน ต่างสวมใส่ชุดดำพร้อมถือเทียนเดินทางมาร่วมกิจกรรมแสดงความอาลัย รวมร้องเพลง สรรเสริญ สดุดี ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กันอย่างเนืองแน่น ทำให้ถนนโดยรอบลานอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดี ศรีณรงค์จางวาง เต็มไปด้วยคลื่นประชาชน ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทุกหมู่เหล่า ทุกเพศทุกวัย ที่มายืนจับจองพื้นที่ เพื่อแสดงพลังร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช รัชกาลที่ 9

โดยมีนายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นายสมบัติ สมบูรณ์เทอดธนา ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ ได้นำประชาชนผู้ร่วมงานทั้งหมด ร้องเพลงชาติไทยอย่างกึกก้อง และมีการร้องเพลงถวายอาลัยโดยศิลปินพื้นบ้าน น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ โดยมีการถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียง ไปตามจุดต่างๆ ในตัวเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์

 

8
จากนั้นทุกคนได้ร่วมกันยืนสงบนิ่ง เป็นเวลา 9 นาที ก่อนที่จะจุดเทียนแสดงความอาลัย สว่างไสวไปทั่วทั้งบริเวณงานพิธี ขณะที่วงดนตรี ไทย-สากล ของมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ และวงดนตรีจากมณฑลทหารบกที่ 25 บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ให้ประชาชนที่มาร่วมงานทั้งหมดกว่า 3 หมื่นคน หนึ่งในนั้นพบเด็กหญิงณิชารัศม์ วิริยะเลิศผล อายุเพียง 3 ขวบ มาร่วมร้องพร้อมกันกับศิลปิน และชาวสุรินทร์ กว่า 3 หมื่นคน เพื่อแสดงความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ก่อนจะร่วมกันร้องเพลงของขวัญของแผ่นดิน และเพลงพ่อผู้พลิกแผ่นดิน อย่างพร้อมเพรียงกันอีกด้วย

จากการสอบถามผู้ปกครองของ น้องณิชา หรือ เด็กหญิงณิชารัศม์ วิริยะเลิศผล อายุ 3 ขวบ ทราบว่าน้องณิชา จะมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในวันนี้ จะรักพ่อหลวงมาก จะพูดตลอดว่า หนูรักพ่อหลวง และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีได้เป็นอย่างดี ตั้งใจเดินทางมาจาก จ.เลย มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ โดยฝึกซ้อมเพลงร่วมกับพี่ๆศิลปิน

น้องณิชา หรือ เด็กหญิงณิชารัศม์ วิริยะเลิศผล เป็นบุตรของ นายจิโรจน์ วิริยะเลิศผล และนางสาวพิมพ์ลดา มุ่งเจริญพร มีพี่น้อง 3 คน น้องณิชา เป็นลูกคนสุดท้อง ปัจจุบันกำลังเรียนชั้น อนุบาล K1 ที่โรงเรียนอนุบาลเก่งกล้า จ.เลย

สุดปลื้ม…วัดใน ต.เทนมีย์ จ.สุรินทร์ เอื้อเฟื้อลานบุญ เป็นลานตากข้าว ช่วยชาวนา

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ชาวนาในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ได้เก็บเกี่ยวข้าวแล้วเป็นจำนวนมาก กำลังประสบปัญหาไม่มีสถานที่สำหรับใช้เป็นลานตากข้าว ชาวนาส่วนใหญ่จำเป็นต้องพากันนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวได้และมีข้าวชื้นสูงขึ้นไปตากตามท้องถนน หนทาง เพื่อให้ข้าวแห้งเป็นเวลา 1-2 วัน ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ที่ใช้ถนน สัญจร ไป-มา ด่าทอและมีความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดร.พระครูสุเมธจันทสิริ เจ้าอาวาสศิริจันทร์ ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้เปิดพื้นที่ลานวัดศิริจันทร์ เนื้อที่กว่า 10 ไร่ ให้ชาวนานำข้าวเปลือกเข้ามาตากข้าวภายในลานวัดแทนที่จะไปตากตามท้องถนนเสี่ยงต่อการถูกรถเหยียบ พอข้าวเปลือกแห้งได้ที่ก็ขนนำไปเก็บไว้ภายในยุ้งฉางข้าวก่อน เพื่อชะลอการขายออกไป

ชาวนาเทนมีย์ ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ต่างดีใจที่ได้ใช้ลานวัดศิริจันทร์ ประจำตำบลเทนมีย์ เป็นลานตากข้าว โดยชาวนาไม่ต่ำกว่า 10 คน กางตาข่ายสีฟ้ารองพื้น เทข้าวเปลือกเกลี่ยให้กระจายตากแดด ข้าวบางส่วนถูกฝนตกใส่ ทำให้ต้องรีบนำมาตากแดดไม่ให้ข้าวเสียหาย โดยอาศัยลานวัดเป็นลานตาก ชาวน้าต้องผลัดเปลี่ยนกันตาก พื้นที่ตำบลเทนมีย์ปีนี้พบว่า ชาวนาผลิตข้าวได้มาก ข้าวงาม เมล็ดเต็ม แต่พอนำไปขาย โรงสีรับซื้อข้าวเปลือกสดที่ไม่ได้ตาก กก.ละ 6 บาท ส่วนข้าวเปลือกแห้งตากแดดแล้ว กก.ละ 9 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่ต้องจ่ายค่าจ้างแรงงานเกี่ยวข้าววันละ 300 บาท หรือบางคนใช้รถเกี่ยวข้าวไร่ละ 500 บาท กว่าจะได้ข้าวขึ้นยุ้งฉางก็หมดเกือบหมื่นบาท อย่างไรก็ตาม ชาวนาก็ยังต้องทำนาต่อไปเพราะเป็นอาชีพที่ต้องสืบทอดรักษาไว้

นายพิรุณ ครอบแก้ว กำนันตำบลเทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ถือว่าเป็นความเมตตาของหลวงพ่อ ซึ่งทางวัดมีลานจอดรถพื้นที่กว้าง ในขณะที่เกษตรกรชาวนา เก็บเกี่ยวผลผลิตออกมาก็ต้องนำข้าวเปลือกไปตาก ตามถนนหนทาง ห่วงในเรื่องความปลอดภัยด้านการจราจร หลวงพ่อท่านเมตตาให้ชาวบ้านเข้ามาใช้สถานที่ของวัดได้ ถือว่าเป็นความเมตตาเป็นอย่างสูง ตนในนามตัวแทนของชุมชนก็ขอกราบขอบพระคุณหลวงพ่อเป้นอย่างมาก

นายสมคิด มะลิซ้อน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเทนมีย์ กล่าวว่า การตากข้าวมีความสำคัญมาก เพราะว่าถ้าตากดีข้าวก็จะมีคุณภาพ ถ้าตากโดยธรรมชาติ บนหญ้าหรือในสถานที่ที่ไม่เหมาะสมคุณภาพข้าวก็จะไม่ได้ ด้วยวัดมีลานธรรม ชาวบ้านเดือนร้อนได้มาใช้สถานที่วัด ปลอดภัย และชุมชนได้ประโยชน์ด้วย โรงเรียน บ้าน วัด ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หลังทางจังหวัดสุรินทร์มีหนังสือให้โรงเรียนช่วยด้วย ใช้เป็นลานตากข้าวของชาวบ้าน ตนก็ยินดีให้ใช้ลานกีฬา ถนน ให้ชาวบ้านมาตากข้าวได้ ถือว่าเป็นมุมมองของหลวงพ่อที่เล็งเห็นประโยชน์ และความเดือนร้อนของชาวบ้าน และมองการไกลมาในเรื่องของความสามัคคี น้อมถวายความจงรักภักดี และเพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และต้องขอขอบพระคุณหลวงพ่อที่เมตตาชาวบ้านมาโดยตลอด

 

1

ชาวนา ตำเทนมีย์ กล่าวว่า ชาวบ้านได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อในการให้ใช้สถานที่วัด ให้ลูกบ้านและพี่น้องมาตากข้าว ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต นับว่าเป็นสิ่งที่ดี หมู่บ้าน วัด โรงเรียนก็เช่นกัน ที่ให้โอกาสชาวบ้านได้ตากข้าว ช่วงที่ผลิตผลิตออกมา ตนและชาวบ้านจะได้รับความเมตตาทุกครั้งจากหลวงพ่อ

ด้าน ดร.พระครูสุเมธจันทสิริ เจ้าอาวาสศิริจันทร์ ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ได้รับหนังสือจากสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์ด้วยแต่จริงๆแล้ว เราโดยสำนึกของความเป็นพระด้วยและความสามัญสำนึก เมื่อเห็นชาวบ้าน ญาติโยม เขากำลังลำบาก การพึ่งพาระหว่างญาติโยมกับวัด ได้มีการพึ่งพาชุมชนสร้างวัด วัดต้องเอื้ออำนวยความสะดวกให้ชุมชนด้วย เข้ากับหลักที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า พระสงฆ์ควรสงเคราะห์ญาติโยม บางครั้งด้วยอามิส ด้วยวัตถุบ้าง และก็ด้วยธรรมบ้าง และควรไปด้วยกันระหว่างวุตถุกับธรรม เพราะฉะนั้น ตรงนี้จึงมีนโยบายช่วยเหลือญาติโยม มองเห็นอุปสรรคสำคัญ การจราจรตามถนน หนทาง ที่กำลังเป็นปัญหาส่วนหลึ่ง ก็อยากเช่นชาวบ้านได้มาช่วยเทลานคอนกรีตวัดก็ควรได้บริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดจนกลายมาเป็น ลานบุญลานธรรมเป็นลานตากข้าวเปลือก อย่างที่เห็นกัน

รถทัวร์ พลิกคว่ำ ตาย 1 สาหัส 1 ราย และบาดเจ็บเพียบ! ที่ อ.ท่าตูม

ระทึก! อุบัติเหตุหมู่ รถทัวร์บรรทุกผู้โดยสารกว่า 50 คน หักหลบรถพ่วงรถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำ ตาย 1 สาหัส 1 ราย และบาดเจ็บอื้อ

เมื่อวันที่ 1 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.27 น.ศูนย์วิทยุ 191 สภ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งทางศูนย์นเรนทร 1669 ว่ามีรถทัวร์ บริษัทรุ่งประเสริฐทัวร์ หมายเลขทะเบียน 10-1770 มหาสารคาม สีฟ้า หักหลบรถพ่วงรถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำ เหตุเกิดที่แยกทางหลวง บ.ตาฮะ ต.ทุ่งกุลา อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ มีผู้โดยสารมากับรถทัวร์กว่า 50 คน สาหัส 2 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนานมาก

จึงวิทยุประสานแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ นายเมตต์ แสงจันทร์ นายอำเภอท่าตูม และ พ.ต.อ.ศรัญ นิลวรรณ ผกก.สภ.ท่าตูมและแจ้งร้อยเวร สภ.ท่าตูม พร้อมวิทยุประสานให้ กู้ชีพ หน่วยกู้ภัยในพื้นที่ใกล้เคียง รุดที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย หน่วยกู้ภัย ฮุก31จุดอำเภอรัตนะ,หน่วยกู้ชีพตำบลโพนครก อ.ท่าตูม,กู้ชีพน้ำเขียว อ.รัตนะ,กู้ชีพแก อ.รัตนะ,กู้ชีพ อ.จอมพระ,กู้ภัย อ.ศีรขรภูมิและหน่วยกู้ภัยสุรินทร์สนับสนุนรถตัดถ่าง และรถพยาบาลฉุกเฉิน รพ.ท่าตูม 5 คัน , รพ.รัตนบุรี1คัน, รพ.ชุมพล1คัน, รพ.จอมพระ 1คัน

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบ ซึ่งเป็นคนขับรถทัวร์ คันดังกล่าว และมีผู้โดยสารรถทัวร์ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย บาดเจ็บปานกลาง 2 ราย และมีผู้โดยสารบาดเจ็ยเล็กน้อยอีก 10 ราย และ หน่วยกู้ชีพ กู้ภัย เร่งนำส่ง รพ.ข้างเคียงและโรงพยาบาลสุรินทร์ช่วยดูแลและรักษาอย่างเร่งด่วน และมีผู้เสียชีวิตที่ รพ.ท่าตูม หนึ่งราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายธนวัฒน์ แก้วจันทร์ อายุ 46 ปี ชาว อ.บึงบูรณ์ จ.ศรีสะเกษ

จากการสอบสวนทราบว่า รถทัวร์ บริษัทรุ่งประเสริฐทัวร์ เป็นรถประจำทางเริ่มออกเดินทางจาก อ.บึงบูรณ์จ.ศรีสะเกษมุ่งหน้า จะไปกรุงเทพฯมี นายสวาท พิณพาทย์ เป็นคนขับรถทัวร์มาแทนคนขับเดิม อ้างหักหลับรถพ่วง

 

127982
น.ส.ธีรพร พุ่มพันธ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านงิ้ว ต.ดอนแรด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ผู้โดยสารที่รอดชีวิต กล่าวว่า พอรถทัวร์พลิกคว่ำกระจกแตกหมดทั้งคัน ผู้โดยสารกระเด็น กระดอน กระจายไปคนละทิศละทาง ที่เกิดเหตุมือมาก ประกอบกับเป็นทางโค้ง รถทัวร์พลิกคว่ำหลายตลบ พอตนรู้สึกตัวก็มองดูผู้โดยสารที่อยู่ข้างว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตนก็นอนทับแม่ตัวเองอยู่ ก่อนเกิดเหตุคนขับรถทัวร์มาด้วยความเร็ว ไม่ถึงกับเร็วว่า แต่ก็ถือว่าอยู่ในขั้นเร็ว แต่ก็หน้าจะระมัดระวังว่าทางข้างหน้าเป็นทางโค้งอันตราย ขณะเกิดเหตุพลิกคว่ำลงข้างทางคนขับรถทัวร์ไม่ได้เหยียบเบรคเลย

นายเมตต์ แสงจันทร์ นายอำเภอท่าตูม กล่าวว่า ตามที่ทราบเป็นรถทัวร์ บริษัทรุ่งประเสริฐทัวร์ รับผู้โดยสาจุดแรก จาก อ.บึงบูรณ์จ.ศรีสะเกษ มารับจุดที่สองที่ อ.รัตนบุรี และวิ่งมารับผู้โดยสารที่ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ไปเกิดเหตุที่บริเวณทางโค้ง บ้านตาฮะ ม.9 ต.ทุ่งกุลา อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ใกล้ๆกลับตู้ยามทางหลวง จากการสอบสวนคนขับอ้างว่า รถหลุดโค้งไปชนกับเหล็กกั้นถนนก็ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ เป็นเหตุให้มมีผู้บาดเจ็บและมาเสียชีวิตที่ รพ.ท่าตูม 1 ราย เวลาประมาณ 21.30 น. และมีบาดเจ็บสาหัส 1 รายได้ส่งรักษาตัวต่อที่ รพ.สุรินทร์ มีผู้บาดเจ็บบาดกลาง 2 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 10 ราย ซึ่งตน และผกก.สภ.ท่าตูม ได้มากำกับดูแลคอยอำนวยความสะดวกสำหรับญาติพี่น้องที่มาดูแลผู้ป่วย

ตำรวจเมืองช้าง…รวบตำรวจเก๊ ยึด ยาบ้า 26,000 เม็ด ยาไอซ์ อาวุธปืน พร้อมรถหรู!!

ตำรวจเมืองช้าง…รวบตำรวจเก๊ ทำเนียน วางหมวกตำรวจ เสื้อเกราะ และบัตรตำรวจ ไว้ที่หน้ารถ หวังผ่านด่านตรวจฉลุย สุดท้ายไปไม่รอดยึด ยาบ้า 26,000 เม็ด ยาไอซ์ อาวุธปืน พร้อมรถหรู

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้า สภ.โชคนาสาม อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฉลอง ภาคภิญโญ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ และนายวีรเกียรติ รัมมณีย์รัตนากุล นายอำเภอปราสาท ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมยาบ้า จำนวน 26,000 เม็ด

สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 05:30 น. (15 ก.ย.59) จากการในการสั่งการของ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ,พล.ต.ต.ฉลอง ภาคภิญโญ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์,นายวีรเกียรติ รัมมณีย์รัตนากุล นายอำเภอปราสาท ,พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ /หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสุรินทร์ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการยาเสพติดสืบสวนกลุ่มผู้ค้ายา

ซึ่งทราบจากสายลับ ได้งานว่าจะมีนำยาบ้ามาส่งให้ลูกค้าในเส้นทางจังหวัดอุบลราชธานี มาตามเส้น 24 ถนนสายโชคชัย- เดชอุดม พ.ต.อ.โชติ ตระกูล กผกก.สภ.โชคนาสาม พ.ต.ท.กัมปนาท สำเร็จ รอง ผกก.สภ.โชคนาสาม ปราบปรามฯ จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่ในเส้นทางตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย ที่จุดตรวจ ตู้ยามโชคนาสาม ต.ตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 178-179

จนกระทั่งเวลา 05:30 น. ของวันที่ 15 ก.ย.59 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคนาสาม ได้ตั้งจุดตรวจ โดยมี ร.ต.อ.วิรัตน์ บรรเลง เป็นหัวหน้าชุดจุดตรวจ ปรากฏว่าได้ ได้มีรถยนต์เก๋ง เลขทะเบียนร กย 7066 อุบลราชธานี วิ่งผ่านมา โดยมีนายสุภี บรรเทาขัน เป็นคนผู้ขับ นายสมบัติ ธรรมโชติ และนายจีรพันธ์ สาลีพันธ์ นั่งมาด้วย ขับมาจากด้าน อ.ประสาทมุ่งหน้าไปทาง อ.ประโคนชัยจ จ.บุรีรัมย์ในลักษณะมีพิรุธ และมีท่าทีขัดขืน การตรวจค้นดูพยามขับรถหลบหนี เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ร่วมกันสกัดรถคันดังกล่าวจนหยุด แล้วแจ้งความประสงค์ขอทำการตรวจค้นรถ และบุคคลโดยก่อนตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ผู้ต้องหาดูจนเป็นที่พอใจแล้ว

จึงจะลงมือตรวจค้นผลปรากฏว่า มีหมวกตำรวจ สายตรวจ เสื้อเกราะ บัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอม และพบยาบ้าจำนวน 26,000 เมตร (13 มัด) และยาไอซ์ น้ำหนัก 30 กรัม ไว้ในกระเป๋า ผ้าสีขาว วางไว้ที่พื้นรถเก่งด้านหลังซ้าย และพบอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ขนาด . 32 มม.จำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนขนาดเดียวกันจำนวน 6 นัด โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง และรถเก่งยี่ห้อโตโยต้าสีบรอน เงิน หมายเลขกระเบียน กย 7066 อุบลราชธานี จึงได้ร่วมกันตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหา ทั้ง 3 คนรับทราบว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง( ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเขตเมือง หมู่บ้านและสาธารณะโดยไม่รับอนุญาตและมีเหตุโดยไม่มีเหตุอันควรจำเป็นอย่างเร่งด่วนจากนั้น จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ขนมโตเกียว อร่อยจริง ต้องแจกบัตรคิว ลูกรอคิวเพียบ! สร้างรายได้กว่าวันละ 7,000 บาท ใน จ.สุรินทร์

อดีตสาวโรงงาน หอบลูก 3 คนและสามีกลับเกิด เพื่อดูแม่บังเกิดเกล้า ขอเงินแม่ยายลงทุน5,000 บาท ทำขนมโตเกียว ใส่รถเข็นขาย อร่อยจริง ต้องแจกบัตรคิว ลูกรอคิวเพียบ สร้างรายได้กว่าวันละ 7,000 บาท

เมื่อ วันที่ 26 ส.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาสุรินทร์ ได้พบผู้คนจำนวนมาก ต่างพากันเข้าแถวรอ หลังรับบัตรคิว จากร้าน “สตังค์” ขนมโตเกียว มี นางเจนจิรา เรืองโรจน์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 บ้านโคกมะเมียน ม.9 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นเจ้าของร้านดังกล่าว ซึ่งเป็น รถเข็นพ่วง ติดเตาทำขนม ถังแก๊ส LPG ดัดแปลงต่อพ่วงเข้ากับรถจักรยานยนต์ จอดอยู่ข้างถนน

 

 

IMG_1434

ผู้สื่อข่าวจึงเข้าสำรวจ และตรวจสอบ พบมีการนำบัตรจอดรถยนต์ สีเหลือง ที่หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป มาฉีกแยกลูกค้าหรือให้ลูกค้ามาฉีกเอาเอง เพื่อหลักฐานบัตรคิว ตามลำดับ เพื่อรอรับขนมโตเกียวที่สั่งไว้ โดยจำหน่าย ไส้เค็ม 15 , 25 บาท ไส้หวาน 15 บาท และ แพนเค้ก 5 บาท สร้างรายงามกว่าวันละ 7,000 บาท

จากการสังเกตพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ มีทุกสาขาอาชีพ ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ลูกค้าต่างกำบัตรคิว รอประมาณเกือบ 1 ชม.ถึงจะได้รับขนมโตเกียวที่สั่งไว้ หลากรายอริยาบท เพื่อชิมความอร่อย นานแค่ไหนก็รอได้เสมอ รไม่ว่าจะ ยืนรอ นั่งรอ หรือ บางรายฉลาดหน่อย ซิ่งรถจักรยานยนต์ มาฉีกบัตรคิวไว้ก่อน แล้วสั่งทิ้งไว้ โดยระบุเวลามารับขนมโตเกียว

นายรุ่งศักดิ์ กิจประสงค์ ลูกค้าขาประจำ กล่าวว่า ตนได้คิวที่ 18 มารอตั้งแต่เวลา 10.00 น.ตอนนี้เกือบเวลา 11.00 น. ขนมโตเกียวร้านนี้อร่อย นานแค่ไหนก็รอได้ เป็นลุกค้าขาประจำมาสักพักหนึ่งแล้ว ถือว่าเป็นร้านขนมโตเกียวเจ้าแรกของ จ.สุรินทร์ ที่มีการแจกบัตรคิว แล้วให้ลูกค้ารอ รสชาติอร่อย ราคาไม่แพง ให้เยอะมาก คนกินคุ้ม ตนชอบสั่งพิเศษ ราคา 25 บาท

นายวรายุทธ อาษายุทธ ลูกค้าขาประจำ กล่าวว่า ตนเป็นลูกค้ารายแรก ไม่งงที่มีการแจกบัตรคิว เพราะแรกๆยังไม่มีการแจกบัตรคิวให้ลูกค้า ก็เพิ่งมาเห็นตอนหลังเพราะว่ารอคิวมันนาน ต้นเดือนที่ผ่านมาเริ่มมีการแจกบัตคิว ตนก็มาสั่งตลอดก้ไม่เคยได้ เพิ่มมาสั่งรอบนี้แหละถึงได้กิน รสชาติ อร่อย นุ่ม ไส้เยอะมาก ส่วนตนชอบไส้รวม มี เนื้อหมู ไข่นกกระทา ฮอตด็อก อร่อยมา อยากลองมาชิม ก็มาได้ที่ด้านหน้าธนาคารกสิการไทย สำนักงานใหญ่ ใกล้วงเวียนน้ำพุสุรินทร์

 

 

IMG_1461

ด้าน นางเจนจิรา เรืองโรจน์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 บ้านโคกมะเมียน ม.9 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เจ้าของร้าน สตางค์โตเกียว กล่าวว่า เริ่มต้นจากเป็นสาวโรงงาน บริษัท ส ขอนแก่น ได้เงินเดือนพอสมควร แต่ค่าใช้จ่ายสูง แม่ไม่สบายบ่อยเลยหอบลูก 3 คน และสามี กลับมาอยู่บ้านที่ จ.สุรินทร์ ถ้าเกิดว่าจะทำงานรับจ้างเขา คิดว่าถ้าเวลาแม่และลูกไม่สบาย ต้องลางานมาดูแล ไม่อยากลางานบ่อยและผลเสียกับตัวเราคือเงินไม่พอใช้ ต้องจำเป็นใช้จ่ายทุกวัน ก็เลคคิดค้าขายดีกว่า ทีแรกเริ่มต้นจาการขายลูกชิ้น แต่ว่ากำไรน้อย ขายแล้วเงินไม่พอใช้ เคยไปยืนดูเขาขายขนมโตเกียว เห็นว่าอาชีพนี้ ขายง่าย ขายดี แต่ตอนนั้นเป็นความคิดว่าเราจะขายเฉยๆ ไม่คิดว่าจะได้มาขายหรือขายดีเหมือนทุกวันนี้

ตอนนั้นคิดเพียงว่าอยากขาย และคิดว่าทำไมจะขายได้ คิดไปและขายลุกชิ้นไปด้วย เริ่มศึกษาสูตรการทำขนมโตเกียว มากว่า 2 ปี หลังกลับมาอยู่บ้าน ขายขนมโตเกียว เพิ่งมาแจกบัตรคิว ได้ประมาณเดือนสองเดือนนี้ เพราะว่าลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนมีหงุดหงิด สั่งก่อนนะ ทำไมไม่ได้ ลุกค้าบางคนก็นั่งรอนาน

เริ่มต้นขายขนมโตเกียวไม่มีทุนแม้แต่บาทเดียว ก็เลยโทรศัพท์หาแม่ย่า แล้วบอกแม่ย่าว่า อยากขายโตเกียว ยอมใจที่แม่ย่าให้เงินมาทำทุนจำนวน 5,000 บาท ก็ซื้อเตามาเลยโดยที่ไม่มีอะไรเลย สูตรเริ่มจาการทดลอง และศึกษาจากอินเตอร์เน็ทส่วนหนึ่ง ประสบการณ์ที่เคยทำงานอยู่กับโรงงานขนมปัง ก็พอมีความรู้เกี่ยวกับแป้ง วิธีการผสม ก็เลยเอาตรงนั้นมาใช้ประโยชน์ ทุกวันขายขนมโตเกียวมีรายได้กว่าวันละ 7,000 บาท แจกคิวสูงสุด 170-180 ต่อวัน ในแต่ละวันตื่นตั้งแต่ตี 3 สามีไปจ่ายตลาด หาซื้อของ และมาช่วยกันเตรียมของ ซอยฮอตด็อก ซอยของ เพื่อทำไส้ต่างๆ และสามีก็จะทยายทำมาส่งให้เพิ่มเติมเรื่อยๆเพราะสามีจะช่วยเลี้ยงลุกๆอยู่ที่บ้าน เปิดขาย จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 09.00 น.- 20.00 น.

สำนักข่าวทีนิวส์ จัดอบรม เสริมเขี้ยว..ให้เหยี่ยวข่าวเมืองช้าง

เมื่อ วันที่ 28 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 3 สำนักงานสหกรณ์ ออมทัพย์ครูสุรินทร์ จำกัด ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ พล.ต.ต.ฉลอง ภาคย์ภิญโญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ประธานเปิดการฝึกอบรม “เหยี่ยวข่าว TNEWS” จังหวัดสุรินทร์ รุ่นที่ 1 โดยนายชูชัย ดำรงสันติสุข หัวหน้าศูนย์ข่าว TNEWS จังหวัดสุรินทร์ กล่าวต้อนรับ ผู้เข้าอบรมฯ กว่า 100 คน ที่เดินทางมาจาก จังหวัดเขตอีสานใต้ และทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย มีนายอุดร แสงอรุณ บรรณาธิการข่าวภูมิภาค สำนักข่าว TNEWS กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดฝึกอบรมครั้งนี้ เพื่อสร้างนักสื่อสารชุมชน โครงการสร้างเครือข่าย “เหยี่ยวข่าว TNEWS” ครบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยใช้หลักสูตรเร่งรัด 1 วัน โดยสอนด้านทฤษฏี วิชาการ และการลงพื้นที่ปฏิบัติจริง ณ สนามข่าว

ทั้งนี้ นายอิทธิพล กาวรรณธง หัวหน้าข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ และ นายอุดร แสงอรุณ บรรณาธิการข่าว สำนักข่าว ทีนิวส์ ทำหน้าที่วิทยากรอบรมให้ความรู้ หลักการทำข่าว ผสมผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพียงใช้โทรศัพท์มือถือที่มีอยู่แล้ว ถ่ายภาพ ตัดต่อ และเขียนข่าว ดุจสายเหยี่ยวในการสอดส่องเป็นหูเป็นตา และสามรถส่งภาพ ข่าว เข้าสู่ระบบต่างๆของ สำนักข่าวTNEWS ได้อย่างถูกต้อง รอบด้าน และรวดเร็ว ทันสถานการณ์ และเรียนรู้ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ก่อนการนำเหยี่ยวข่าวกว่า 100 ชีวิต ลงพื้นที่ ฝึกปฏิบัติงานจริง กรณีถนนเจ้าปัญหา สายสุรินทร์ –จอมพระ กระทั้งหน่วยงานผู้รับผิดชอบได้ออกมาชี้แจง พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนแล้ว
นายภูสิทธิ์ พสุธาเมตต์กิติกุล ผู้เข้าอบรม“เหยี่ยวข่าว TNEWS”รุ่นแรกของจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ตนเป็นคนที่ชอบอ่านข่าว และชอบเขียนเรื่องราว ข่าวสาร ลงเฟสบุ๊คทุกวัน และทำงานช่วยเหลือสังคมอยู่แล้ว พอดีทราบข่าวจากน้องที่หน่วยกู้ภัยอำเภอรัตนบุรี ก็ขอแจ้งชื่อและเข้ามาอบรมในวันนี้ หลังจากได้รับความรู้เบื้องต้นด้านการทำข่าวแล้ว จะกลับไปต่อยอดการ ถ่ายภาพทำข่าว เขียนข่าว ที่มีหลักการมากขึ้นและส่งเข้าขึ้นตรงกับสำนักข่าว TNEWS เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชุนเท่าที่ความสามารถจะทำได้ และหากมีอะไรติดขัดหรือยังไม่เข้าใจ ก็จะสอบถามทีมกองบรรณาธิการสำนักข่าว TNEWS ต่อไป

นายสุทธิ บุญทัน ผู้เข้าอบรม“เหยี่ยวข่าว TNEWS”รุ่นแรกของจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ได้รับประโยชน์จากการเป็นเหยี่ยวข่าว TNEWS เมื่อได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากชาวบ้านในพื้นที่ ก็จะปากและกระบอกเสียงแทนชาวบ้านได้ โดยการลงพื้นที่ทำข่าว เพื่อส่งให้สำนักข่าว TNEWS นำเสนอข่าว ช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

 

13619854_512704145603805_3491229130441902588_n

นายชูชัย ดำรงสันติสุข หัวหน้าศูนย์ข่าว TNEWS จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า นับแต่นี้ไปจะทำหน้าที่ เพื่อให้สมาชิก “เหยี่ยวข่าว TNEWS” นำเสนอข่าว พร้อมร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชน พอทางศูนย์ข่าว TNEWS จังหวัดสุรินทร์ ได้รับเรื่องร้องเรียนมาก็จะลงพื้นที่ทำข่าว เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

ด้าน นายอุดร แสงอรุณ บรรณาธิการข่าวภูมิภาค สำนักข่าว TNEWS กล่าวว่า ขอบคุณพี่โจ้ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวTNEWS ประจำ จ.สุรินทร์ นโยบายของผู้บริหาร สำนักข่าวTNEWS ต้องการสร้างเครือข่าย นักสื่อสารชุมชน โดยเฉพาะการอบรม เหยี่ยวข่าว TNEWS ที่ จ.สุรินทร์ ในวันนี้มีหลายภาคส่วนเข้ารับการอบรม ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย องค์กรการกุศล ประชาชน ทราบว่าเดินทางมาจากหลายจังหวัด อาทิ จ.บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ปราจีนบุรีฯลฯ รวมไปถึงพี่น้องที่ จ.สุรินทร์ด้วย วันนี้อบรมเข้ม 1 วันเต็ม ภาคเช้า ทฤษฏี ภาคบ่าย ภาคปฏิบัติจริง ประสบการที่ได้แม้จะด้วยระยะเวลาอันสั้น ตนคิดว่า เหยี่ยวข่าวTNEWS ทุกๆคน สามารถนำเอาหลักการ ทำข่าว เขียนข่าว จากการลงพื้นที่หาข้อมูลจริงๆมาเติมเต็มให้กับเหยี่ยวข่าวทุกท่าน สำคัญยิ่งคือการมีจรรยาบรรณสื่อมวลชน และกฏหมายต่างๆที่จะมาควบคู่กับการเผยแพร่ข่าวสาร ทางอินเตอร์เน็ท วันนี้ถือว่า ต้องขอบคุณ เหยี่ยวข่าว และบุคคลที่ให้ความสนใจ ตนหวังว่าความรู้ที่ได้รับในวันนี้ จะสามารถนำไปปรับใช้งาน ในชีวิตประจำวันของตนเอง และสามารถนำมาใช้งานด้านงานข่าว ในอนาคตก็อาจจะได้เป็นนักข่าวมืออาชีพจริงๆก็ได้ในอนาคต

คนร้ายกระชากสร้อย กลางเมืองสุรินทร์ ตำรวจเร่งไล่ล่า!!

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ปรากฏว่า สื่อสังคมโลกออนไลน์ โซเซียลมีเดีย จังหวัดสุรินทร์ หลายเพจ โดยเฉพาะ เพจ “สุรินทร์วันนี้” ได้มีการแชร์ ลักษณะเตือนภัยสังคม ข้อความว่า “เปิดภาพวงจรปิด คนร้ายกระชากสร้อย หน้าร้านโยพาณิชย์ เยื้องเทศบาลเมืองสุรินทร์ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา” และมีการแชร์ คลิปภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ที่จับภาพคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ จำนวน 2 คน ได้อย่างเช่นเจน ขณะก่อเหตุ คนร้ายสวมหมวกกันน็อก เพื่ออับพรางใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่น โซกุน สีน้ำเงิน ไม่ปิดแผ่นป้ายทะเบียน มาดักรอเหยื่อ ที่กำลังขนของขึ้นรถสามล้อปั่น และอาศัยทีเผลอวิ่งราวทรัพย์ ด้วยการกระชากสร้อยคอทองคำ แล้วหลบหลีไปอย่างลอยนวล

ผู้สื่อข่าวรุตรวจสอบ พื้นที่เกิดเหตุ ตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าว บริเวณด้านร้านโยพาณิชย์ (เยื้องเทศบาลเมืองสุรินทร์) เลขที่ 91 ถนนกรุงศรีใน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งกล้องวีดีโอวงจรปิดของร้านโยพาณิช บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะคนร้ายก่อเหตุได้ทั้งหมด และสอบถามพยานที่เหตุดหตุการณ์ ทราบว่า วันที่เกิดเหตุ ตรงกับวันที่ 22 ก.ค.59 เวลาประมาณ 13.43 น. คนงานร้านโยพาณิชย์ กำลังช่วยขนสินค้า เป็นกล่องมีลิ้นชั้นสำหรับเก็บของ 2 หลัง และเก้าอี้พลาสิก 1 ตัว เพื่อให้ลูกค้าซึ่งเป็นผู้หญิง วัยกลางคน สวมชุดเสื้อ กระโปรงยีนส์ สีน้ำเงิน สวมหมวกกันน็อก เรียกรถสามล้อมาช่วยขนของกลับบ้าน พอช่วงเวลา 13.44 น.คนร้ายได้อาศัยทีเผลอ จู่โจมมาด้านหลังผู้หญิงคนดังกล่าว ก่อนทำการกระชากสร้อยคอทองคำ แล้วพากันขับ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่น โซกุน สีน้ำเงิน ไม่ปิดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่ พ.ต.ท.พงศ์พิพัฒน์ เหิมฉลาด รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ได้เร่งประมวลภาพจากกล้องวงจรปิด ต่างๆทั่วเขต เทศบาลเมืองสุรินทร์ พร้อมเชิญผู้เสียหาย คือ นางสาวพิศมัย จงธรรม์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 292/11 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เข้ามาชี้ตัวจากภาพกล้องวีดีโอวงจรปิด พร้อมยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุจริง จากภาพที่ปรากฏ คาดว่า สามารถจับตุวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ในเร็ววันนี้

เจ้าของร้านขายไข่ ข้างร้านโยพาณิชย์ กล่าวว่า คนร้ายมาจอดอยู่ตรงข้ามซาเล้ง ตนไปนั่งดูทีวีช่วงบ่าย ขณะนั้นลุกน้องก็พากันออกไปส่งของกันหมด คนร้ายใส่หมวกกันน็อกปิดหน้า ตนเห็นหน้าไม่ชัดเพราะนั่งอยู่ข้างในร้าน ผู้หญิงที่ถูกกระชากสร้อยคอทองคำไป ก็ไม่กล้าร้องให้คนช่วย เพราะคนร้ายทั้ง 2 คนตัวใหญ่มาก
พนักงานร้าน โยพาณิชย์ กล่าวว่า เห้นป้าที่ถูกกระชากสร้อยคอทองคำหนักประมาณ 50 สตางค์ บอกว่าแกจะไม่แจ้งความ กลัวคนร้าย มีปืน มีอะไร จะกลับมาทำร้ายอีก ผู้เสียหายอยู่ในเมืองสุรินทร์ มาซื้อของที่ร้านเป็นประจำ ชอบมารถจักรยานยนต์พอของใหญ่แกเอาไปไม่ได้ก็จ้างรถสามล้อมาขนเอาไป สร้อยข้อมือทองคำคนร้ายเอาไปไม่ได้

นางสาวพิศมัย จงธรรม์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 292/11 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนไม่กล้าใส่ทองออกนอกบ้านเเล้วกลัวมาก คนร้ายกระชากสร้อยคอทองคำ และพระหลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง วันเกิดเหตุตนแจ้ง 191 ตำรวจสายตรวจ ตำรวจเฝ้าร้านทองแถวๆนั้นก็มา หลังได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสาร ถือว่ามาไว หลังเกิดเหตุตนวิ่งตามคนร้ายนิดหนึ่ง กล้าๆกลัวๆเพราะมาขางหลัง

เหตุเกิดช่วงบ่ายโมงกว่าๆ เกือบบ่ายสอง ตนไปซื้อของที่ร้านโยพาณิชย์รอบหนึ่งแล้ว กลับมาซื้ออีกรอบ ช่วงที่คนร้ายเข้ามากระชากสร้อย ตนหันหลังอยู่โดยไม่รู้สึกตัว มีความรู้สึกเหมือนใครมายืนอยู่ใกล้ๆ ลักษณะประชิดตัว แล้วเอามือมาปัดผมแล้วลากมือเพื่อกำสายสร้อยแล้วกระชากออกไปอย่างแรง จนสร้อยขาดออกจากคอ ตนไม่แน่ใจว่าสร้อยคอทองคำที่ใส่วันเกิดเหตุหนัก 50 สตางค์ หรือ 1 บาท เพราะมีอยู่ 2 เส้น จำไม่ได้ว่าใส่เส้นไหน

ฝากเตือนว่า ทำอะไรอย่าเผลอ ต้องมีสติตลอด ที่โดนเพราะไม่ได้ทันสังเกตว่า รอบข้างมีอะไร เพราะความเคยชิน เหมือนปกติ เผลอเรอไม่ได้ระวังตัว สำหรับผู้หญิงถ้าไม่จำเป็นก็ขอเตือนไม่ควรใส่ทองคำ หรือของมีค่าออกจากบ้าน ตนไม่ยึดติดเฟอร์นิเจอร์มีค่าอะไร แต่ติดพระหลวงปู่ทวด เลี่ยมทอง ที่คุณแม่ให้มาประเมินมูลค่าไม่ได้

เกาะติดชีวิต… ครูอินดี้ เมืองช้าง หลังโซเซียลแชร์กระหน่ำ คลิปครูสอนคณิตศาสตร์ ลีลาเด็ด สุดมันส์ เร้าใจ!!

เกาะติดชีวิต… ครูอินดี้ เมืองช้าง หลังโซเซียลแชร์กระหน่ำ คลิปครูสอนคณิตศาสตร์ ลีลาเด็ด สุดมันส์ เร้าใจ กระตุ้นนักเรียนสนใจวิชาน่าเบื่อ สไตล์ อ.เฉลิมชัย

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสังคมออนไลน์พากันชื่นชม ครูสอนคณิตศาสตร์ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ ที่สอนนักเรียนโดยใช้สไตล์ของ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ โดยการสอนดังกล่าว ทำให้เด็กนักเรียนมีความเข้าใจและอยากมีส่วนร่วมกับการเรียนมากยิ่งขึ้น

 

IMG_9156_resize

*ภาพ นายทรงวุฒิ รุ่งวิริยะชัย หรือ ครูจักร เคยเป็น อดีตนักร้องนำ วงรามสูร สังกัด ค่าย โซนี่มิวสิค เคยผ่านเวทีการประกวดวงสตริง ระดับประเทศมาแล้วมากมาย รุ่นเดียวกับ วงไอน้ำ
ปัจจุบัน รับราชการครู สอนวิชาดนตรี ศิลปะ และช่วยสอนวิชาคณิตศาสตร์ เป็นเวลา 3 เดือน หลังครูหลัดลาคลอดบุตร ของโรงเรียนบ้านพระแก้ว อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก รายหนึ่ง ได้นำมาโพสต์ลงในสังคมออนไลน์ โดยมีลักษณะการสอนที่ไม่น่าเบื่อ อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจในการเรียนให้กับนักเรียนเป็นอย่างมาก

ซึ่งก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงลีลาในการสอนลักษณะของนายคุณครูทรงวุฒิ ว่าคล้ายกับ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติผู้สร้างวัดร่องขุ่น เป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รุดเดินทางไปยัง โรงเรียนบ้านพระแก้ว อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่ง เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สอนระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ปีที่ 3 และเป็นโรงเรียนประจำตำบลขนาดใหญ่ มีบุคคลากรครู 28 คน มีนักเรียนกว่า 500 คน อยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองสุรินทร์ ประมาณ 57 กม. เพื่อ เกาะติดชีวิตจริง ครูอินดี้รายนี้ ที่กำลังสอนวิชาดนตรี หลากหลายชนิด อย่างสนุกสนาน ให้กับนักเรียน ชั้น ป.6 ซึ่งนักเรียนล้วนให้การสนใจเรียนกันเป็นอย่างดี เพราะครูจักร มีสไตล์การสอนที่ไม่ธรรมดา และไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ครูจักร ยังสอนเด็กตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ไปจนถึงจนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยลีลาการสอนคณิตศาสตร์ แบบคิดเร็ว เป็นกันเองอย่างสนุกสนาน ทำให้นักเรียนกล้าคิด กล้าแสดงออก ไม่เครียด ตลอดชั่วโมงการเรียนคณิตศาสตร์ นักเรียนได้รับรู้หลัก การคิดคณิตศาสตร์ อย่างรวดเร็ว และนักได้มีส่วนร่วมในการแสดงออก สามารถคูณเลขหลักล้าน ได้อย่างถูกต้องแม่นยำในเวลาอันรวดเร็ว

IMG_9130_resize

คุณครูฝ่ายวิชาการ จัดให้ตนมาช่วยสอนเสริมวิชาคณิตศาสตร์แทน ตอนคิดวิธีการสอนคณิตศาสตร์มาจากใจ เป็นการผสมศาสตร์แนวอินดี้ อาร์ทคอ มาผสมผสานกัน เพื่อให้ไม่น่าเบื่อ สอนกันแบบสนุกและฮาไปด้วยเข้าใจง่าย ตนไม่รู้ว่าใครนำคลิปไปแชร์ในโซเซียล มารู้อีกที่ตอนไปเที่ยวช่วงวันหยุดกับกลุ่มเพื่อนๆนักดนตรีวงรามสูร ตนเคยทำอัลบั้ม วงรามสูร สังกัดค่ายโซนี่มิวสิค พอมาเป็นข้าราชการครู ผลงานเพลงก็เงียบๆไป ตอนทำอัลบั้มก็เคยเข้าชิงสีสันออวร์ด เมื่อปี 2553 ได้เข้าชิง 4 รางวัล เพลงร็อคยอมเยี่ยม เพลงหน้าใหม่ นักร้องยอดเยี่ยม เเต่ก็พลาดรางวัล

นายธรรมนูญ บุญงอก ผอ.โรงเรียนบ้านพระแก้ว กล่าวว่า โรงเรียนบ้านพระแก้ว เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สอนระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ปีที่ 3 และเป็นโรงเรียนประจำตำบลขนาดใหญ่ มีบุคคลากรครู 28 คน มีนักเรียนกว่า 500 คน

คุณครูทรงวุฒิ เป็นครูในกลุ่มสาระ ศิลปะ ดนตรี ภาระงานที่คุณครูทรงวุฒิได้รับมอบหมาย เพิ่มเติมคือการ สอนเสริมวิชาคณิตศาสตร์ นอกเนืองจากวิชา ดนตร ศิลปะ ที่รับผิดชอบ ต้องขอบคุณคุณครูทรงวุมฺ ที่ได้คิดค้น เทคนิค วิธีการสอนใหม่ๆ ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่ของคุณครูอยู่แล้ว ย่อมพัฒนางานการสอนของตนเอง คือการจ้ดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างไร ให้เด็กนักเรียนสนใจ มีความกระตือรือล้น และชื่นชอบ ในวิชานั้น ผลการดำเนินงาน เด้กนักเรียนมีความชื่นชอบ ในวิชาคณิตศาสตร์ ตนมั่นใจว่าเทคนิคนี้ น่าจะยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ขึ้นได้เป็นอย่างดี