สุดอนาถา!! หนุ่มวัย 26 ป่วยโรคประหลาด เป็นแผล-ดำคล้ำทั้งตัว ไร้ค่ารักษา นอนรอการช่วยเหลือ

18 ม.ค.60 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพลเมืองดีแจ้งว่าพบผู้ป่วยโรคผิวหนังแห้ง มีแผลตกสะเก็ต-ปวดเมื่อยตามร่างกาย ผิวหนังดำคล้ำทั้งตัว รวมไปทั้งศีรษะและใบหน้า อยู่บ้านเลขที่ 146 หมู่ที่ 5 บ้านชำเบง ตำบลเทพรักษา อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนยกสูงเก่าๆ มุงสังกะสีหลังเล็กๆ ทราบชื่อคือ นายไกรวิทย์ ลาวกาว อายุ 26 ปี ป่วยเป็นโรคประหลาดดังกล่าวมาแล้วประมาณ 1 ปี และเคยได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ และโรงพยาบาลในตัวจังหวัด เป็นระยะๆ มาโดยตลอด แต่อาการไม่ดีขึ้น ทำให้หมดค่าใช้จ่ายไปจำนวนมาก อีกทั้งทางบ้านมีฐานะยากจน จึงไม่สามารถเข้ารับการรักษาต่อได้

20170118003

นายไกรวิทย์ ลาวกาว ผู้ป่วยโรคประหลาด กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนอาศัยอยู่บ้านคนเดียวและคอยเลี้ยงหลาน 1 คน หลังจากตนป่วยหนักขึ้น พี่สาวซึ่งทำงานอยู่ต่างจังหวัดต้องลาออกจากงานมาดูแลตน จากนั้นก็ไม่มีรายได้จุนเจือครอบครัวเลย พี่สาวต้องออกหารับจ้างงานทุกอย่างไปวันๆ ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ ก็แยกย้ายไปมีครอบครัวหมด ขณะที่พ่อแม่ก็เสียชีวิตหมดแล้ว

2017011800220170118004

หากผู้ใจบุญต้องการช่วยเหลือหนุ่มผู้ป่วยโรคประหลาด สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ของนายเต็ม สามสี นายก อบต.เทพรักษา (081-067-2338), น.ส.วริษฐา ดาวศรี นักพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ (064-948-4328) และเบอร์สำนักงาน อบต. 044-558-840 หรือสามารถโอนเงินช่วยเหลือที่บัญชีพี่สาวของผู้ป่วย บัญชีธนาคาร ออมสิน สาขาสังขะ ชื่อบัญชี นางดวงสมร ลาวกาว เลขที่บัญชี 02 01818 10308.

ภาพ – ข่าว / ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว – นพรัตน์ กิ่งแก้ว

ผู้ว่าเมืองช้างมอบโล่รางวัลคุณธรรม และความโปร่งใส( ITA)พบ อปท.ยอดเยี่ยม 10 แห่ง จาก อบต, และ เทศบาล ทั้งหมด 171 แห่ง

14958894_1274410169246678_1112916904_n

 

ผู้ว่าเมืองช้างมอบโล่รางวัลคุณธรรมและความโปร่งใส( ITA) ประจำปีงบประมาณ 58 พบ อปท.ยอดเยี่ยม 10 แห่ง จาก อบต, และเทศบาล ทั้งหมด 171 แห่ง

เมื่อ วันที่ 8 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมช้างเผือก อาคาร 41 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธาน มอบโล่รางวัล โครงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส(ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ให้กับหน่วยงานที่มีคะแนนประเมินยอดเยี่ยม 10 อันดับ โดย มีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย นายพิเชษฐ์ จันทร์ส่ง ท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีราชภัฏสุรินทร์ พล.ต.ต.โชติ ไทยยิ่ง ประธานกรรมการ ป.ป.จ.สุรินทร์ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และผู้มีเกียรติจากทุกส่วนงานเข้าร่วมประชุมกว่า 400 คน

 

15033761_1274410162580012_968675593_n

 

ผลการประเมินในภาพรวมของจังหวัดมีผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ร้อยละ 56.92 ซึ่งในโอกาสนี้มีการมอบโล่รางวัลให้กับหน่วยงานสูงสุด 10 อันดับ โดยหน่วยงานที่มีคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลจอมพระ อ.จอมพระ ได้คะแนน 81.79 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน จากการสรุปผลการประชุมโดยคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบ การดำเนินโครงการได้ชี้แจงถึงจุดอ่อนจุดแข็งของการรับการประเมินให้ทุกหน่วยงานทราบ ซึ่งทุกหน่วยงานมีความมั่นใจว่าในปีหน้าจะสามารถดำเนินงานและทำให้ได้คะแนน ITA สูงขึ้น

 

14958340_1274410155913346_545824034_n
การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ การประเมิน ITA เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่สอดคล้องกับปัญหาของสังคมไทย โดยเฉพาะการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ รัฐบาลจึงมีนโยบายการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกหน่วยงานในจังหวัดสุรินทร์ โดยทางจังหวัดสุรินทร์ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์เป็นหน่วยงานทำหน้าที่ที่ปรึกษาและดำเนินโครงการประเมินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วยเทศบาลตำบล 27 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบลจำนวน 144 แห่ง รวมทั้งสิ้น 171 แห่ง ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้ทำการลงพื้นที่เก็บข้อมูลโดยมี ดร.อัครเดช สุพรรณฝ่าย หัวหน้าทีมวิจัย ซึ่งนักวิจัยและผู้ช่วยนักวิจัย จำนวน 85 คน ลงพื้นที่จริง ประเมินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้เวลาดำเนินงานตลอดโครงการ จำนวน 210 วัน

ภาพ-ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว /สุรินทร์ 091-0179989

ผู้ใหญ่บ้านจะแกโกน จ.สุรินทร์ นำชาวบ้าน จัดพิธีถวายความอาลัย ในหลวงรัชกาล ที่ 9

ผู้ใหญ่บ้านเมืองช้างจัดพิธีถวายความอาลัยพ่อหลวงร.9 ให้ผู้สูงอายุ คนพิการ และชาวบ้านที่ไม่มีโอกาสเดินทางไปร่วมสักการะพระบรมศพ ที่พระบรมมหาราชวัง ได้ร่วมลงนามถวายความอาลัยน้อมจิตอธิษฐานส่งดวงพระวิญญาณสู่สวรรคาลัย และแสดงความจงรักภักดี

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลากลางหมู่บ้านจะแกโกน ม.16 ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายรัชฌ์ภูมิ อมรกาญจนวัฒน์ ผู้ใหญ่บ้านจะแกโกน นำผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต.ม.16 ร่วมกันประกอบพิธีถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีผู้สูงอายุ และคนพิการ กว่า 100 คน ที่ยังไม่มีโอกาสเดินทางไปร่วมสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวัง ได้ร่วมน้อมถวายความอาลัย จึงจัดพิธีลงนามลงนามถวายความอาลัยพ่อหลวงร.9 พร้อมขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างกึกก้องพร้อมเพรียงกัน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

11
นายรัชฌ์ภูมิ อมรกาญจนวัฒน์ ผู้ใหญ่บ้านจะแกโกน กล่าวว่า เนื่องจากวันนี้ ทาง อบจ.สลักได้ได้มาจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ และเราชาวบ้านได้สำนึกในพระมหากรูณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ จึงจัดพิธีลงนามถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระองค์ท่าน ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้สูงอายุ และคนพิการ ภายในหมู่บ้านจะแกโกน ที่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวังได้ เนื่องจากมีอายุมากแล้ว

นายอำเภอรัตนบุรี ชี้แจง กรณีคลิปดัง สุดดราม่า “ชาวบ้านนัดกันใส่เสื้อแดงแห่กฐิน”

เมื่อ วันที่ 30 ต.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี ผู้ใช้นามเฟสบุ๊คว่า Suphisara Wongaran ได้มีการโพสภาพชาวบ้าน อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ใส่เสื้อแดงแห่งานกฐิน และมีการแชร์เรื่องราวผ่านสื่อโซเซียลมีเดียอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นข่าวดัง เรื่องสุดดราม่า เพียงข้ามคืน

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้โทรศัพท์สอบถามข้อเท็จจริงกับ นายกฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ นายอำเภอรัตนบุรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการแชรในเฟสบุ้คเรื่องการแต่งกายไม่เหมาะสมในงานทอดกฐินในพื้นที่อำเภอรัตนบุรี ขอเรียนชี้แจงรายละเอียดดังนี้ ตามที่มีผู้แต่งกายไม่เหมาะสมมาร่วมงานทอดกฐิน ที่ บ.หนองกระทุง ม.1 ต.เบิด อ.รัตนบุรี นั้น

 

s__14983412
เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที้ 22 ต.ค. 59 เวลา 21.00 ตนเอง พร้อมด้วย ปลัดอาวุโส เจ้าหน้าฝ่ายปกครอง จนท.ตำรวจ สภ.รัตนบุรี กำนันตำบลเบิด นายก อบต.เบิด ผู้ใหญ่บ้านม.1 และ จนท.ทหารจาก มทบ.25 ได้ลงพื้นที่ บ้านนางคำจันทร์ จำปาหอม บ้านเลขที่ 40/1 ม.1 ซึ่งเป็นบ้านเจ้าภาพทอดกฐิน เพื่อสอบถามสาเหตุที่แต่งกายในลักษณะดังกล่าว ทราบว่าลูกหลานที่อยู่กรุงเทพ สั่งทำโดยด้านหน้ามีข้อความว่า บุญกฐิน 2559 ด้านหลังข้อความ ที่ระลึกคุณตาเภา แก้วกัน อยู่ในใจเสมอ ซี่งถึงแก่กรรมไปแล้ว

โดยสั่งทำล่วงหน้าก่อนพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ทรมหาภูมิพลอดุลย์เดชฯ สวรรคต และได้ใส่มาร่วมงานแห่องค์กฐินด้วยเจตนาบริสุทธิ์ และได้ติดริบบิ้นสีดำไว้อาลัยทุกคน ทั้งนี้ นายอำเภอรัตนบุรี และคณะได้ไปขอความร่วมมือได้กำชับให้ทราบว่า ขณะนี้ อยู่ในช่วงไว้ทุกข์ จึงขอให้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เหมาะสม คือชุดสีดำ หากไม่มีให้แต่งกายด้วยสีพื้น เรียบๆ ซึ่งเจ้าภาพได้เข้าใจ และยืนยันว่าจะไม่แต่งกายไม่เหมาะสมอีก และในวันทอดกฐิน เมื่อ 23 ตค 58 ก็ไม่มีผู้ใดแต่งกายเช่นนี้อีก

ชาวสุรินทร์ แห่ซื้อของเซ่นไหว้ วัน”แซนโฎนตา” หรือ “สารทเขมร”คึกคัก!!

วันที่ 27 ก.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงวัน “แซนโฎนตา” หรือ “สารทเขมร” พบว่าประชาชนชาว จ.สุรินทร์ เชื้อสายเขมร ต่างออกเดินทางจับจ่ายซื้อข้าวของกันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์ สภาพการจราจรคับคั่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นวันจับจ่ายซื้อของสำหรับเซ่นไหว้ โดยเฉพาะชาวสุรินทร์ เชื้อสายเขมร ที่เดินทางไปทำงานต่างถิ่นทั่วประเทศ และต่างประเทศ จะเดินทางกลับบ้าน และจับจ่ายซื้อ กระยาสารท ขนมนางเล็ด ขนมเทียน
ข้าวต้มมัด ทั้งไส้กล้วย และไส้หมู เพื่อเป็นของเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ทำให้เงินสะพัดเป็นอย่างมาก

พิธี แซนโฎนตา หมายถึง การทำบุญให้แก่บรรพบุรุษ คือ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่ล่วงลับไปแล้วให้ได้มารับกุศลผลบุญที่ลูกหลานอุทิศให้ ซึ่งตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี โดยในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ตุลาคม 2558 ซึ่งจะเป็นวันสารทใหญ่ ซึ่งในช่วงวันดังกล่าว ชาวสุรินทร์ ที่มีการใช้ภาษาเขมร ซึ่งเป็นภาษาพูดท้องถิ่น มักจะพร้อมใจหยุดงาน เพื่อประกอบพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ หรือ ที่เรียกว่าวันสารทเขมร คล้ายกับวันสารทจีนและสารทไทยนั่นเอง

 

img_3015

 

จ.สุรินทร์ เป็นจังหวัดชายแดน ไทย-กัมพูชา ที่มีชาวไทยเชื้อสายเขมรอยู่อาศัยมาแต่อดีตกาล ทำให้มีวัฒนธรรมเขมรสืบทอดผสมผสานอยู่ในสายเลือด สำหรับชาวสุรินทร์ ถือเป็นประเพณีวัน “แซนโฎนตา” รวมญาติที่หายห่างกันให้น้อมคืนหาถิ่น เป็นวันระลึกถึงบุญคุณของบรรพบุรุษ ลูกหลานแสดงความกตัญญูต่อพ่อ-แม่ ซึ่งทุกคนตระหนักเสมอว่า ไม่ว่าจะทิ้งย่านผ่านเรือน ไปทำมาหากินถึงถิ่นไกล แต่เมื่อวัน “แซนโฎนตา” มาถึงลูกหลานเขมรถิ่นไทย จะพากันคืนบ้าน เพื่อแซนโฎนตาเสมอไป

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองสุรินทร์ จัดสืบสาน “งานประเพณีแซนโฎนตา บูชาบรรพบุรุษ” ประจำปี 2559 ในวันที่ 27 กันยายน 2559 เริ่มงานเวลา 12.00 น. ณ บริเวณสำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ เพื่ออนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิมของชาวสุรินทร์ สร้างจิตสำนึกให้เด็ก เยาวชน ประชาชนในจังหวัดสุรินทร์ มีความรักความสามัคคีและได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณและบรรพบุรุษ โดยจัดให้มีการประกวดข้าวต้มมัด การประกวดเครื่องเซ่นแซนโฎนตา และการแสดงศิลปะพื้นบ้านสุรินทร์ (เรือมอันเร) พิธีเซ่นไหว้โฎนตาและบรรพบุรุษ

-รางวัลการประกวดข้าวต้มมัด รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินสด 5,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับเงินสด 4,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้รับเงินสด 3,000 บาท รางวัลชมเชย มี 29 รางวัล ได้รับเงินสดรางวัลละ 2,500 บาท
รางวัลการประกวดจัดเครื่องแซนโฎนตา รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินสด 5,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับเงินสด 4,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้รับเงินสด 3,000 บาท
รางวัลชมเชย มี 29 รางวัล ได้รับเงินสดรางวัลละ 2,500 บาท

ประเพณีโฎนตา เป็นประเพณีดั้งเดิมของจังหวัดสุรินทร์ ที่ชนเผ่าเขมรในท้องถิ่นได้ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โฎนตา หมายถึง การทำบุญให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วให้ได้มารับกุศลผลบุญที่ลูกหลานได้อุทิศให้ ซึ่งตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี ชาวสุรินทร์ที่ใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาพูด จะพร้อมใจกันหยุดภาระหน้าที่การงานทั้งหมดและนัดหมายไปรวมกัน ณ บ้านที่เป็นจุดศูนย์กลางของครอบครัว ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านของผู้อาวุโสที่สุดของครอบครัว พร้อมกับเตรียมของมาเซ่นไหว้ เช่น ไก่ เนื้อ หมู ปลา ข้าวสาร ข้าวสวย ผลไม้ ขนมกระยาสารท ข้าวต้มหางยาว และขนมพื้นบ้านทั่ว ๆ ไป ใส่กระเชอโฎนตา เพื่อไหว้บรรพบุรุษของตนเองที่ล่วงลับไปแล้ว

 

img_3016

การแซนโฎนตา นอกจากจะเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ยังเป็นกุศโลบายที่มีจุดมุ่งหมายให้ลูกหลานได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ และมีโอกาสได้พบปะญาติมิตรพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ได้พึ่งพาอาศัยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งยังเชื่อว่า วันแซนโฎนตานี้ ถ้าลูกหลานคนใดไม่ได้จัดทำ หรือไม่ไปร่วมแซนโฎนตาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วอาจไม่พอใจ ส่งผลให้การทำมาหากินไม่ราบรื่นจิตใจเป็นกังวลไม่เป็นสุข ด้วยความเชื่ออย่างนี้ ทุกคนจึงพยายามไปร่วมพิธี หรือไม่ก็จัดเครื่องเซ่นไหว้ที่บ้านของตนเอง

คุณยายนิด สมพลจิตร อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 ม.4 ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า มาซื้อของสำหรับแซนโฎนตา ขนม นมเนย และผลไม้แทบทุกอย่าง ไก่ หมู และอื่นๆอีกมากมาย ที่ขาดไม่ได้คือ กระยาสารท นางเล็ด เพื่อเป็นของเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ตนเตรียมเงินมาจับจ่ายประมาณ 4,000-5,000 บาท ซื้อข้าวสารเหนียว ข้าวสารเจ้า เอาไปห่อข้าวต้มกล้วย ทำเป็นประจำทุกๆปี ถือเป็นประเพณีสำคัญของคนสุรินทร์ เชื้อสายเขมร ที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ปีนี้ พิธีแซนโฎนตา ตรงกับวันที่ 30 ก.ย. 59 วันที่ 28-29 ก.ย.59 ก็เริ่มทำขนม เครื่องเซ่นไว้กันแล้ว ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งก็คือกล้วยน้ำว้า

ด้านนางพิไล ศรีรักษา แม่ค้าขายกระยาสารท กล่าวว่า กระยาสารท ตนทำเองทั้งหมด สด สะอาด นอกจากนี้ยังมีขนมสำหรับ พิธีแซนโฎนตา ขนมนางเล็ด ขนมเปีย ขนมโดนัทเขมร หรือ ขนมกันตรำ จะเตรียมไว้เยอะๆมากองขายทุกปี จะต้องมีขนมฝักบัวด้วย ขายดีทุกปี ยิ่งถึงวันจริงจะขายดีมาก ชาวบ้านเริ่มออกพากันมาซื้อไปสะสมไว้ เพื่อเตรียมจัดพิธีแซนโฎนตา บรรพบุรุษของตนเองกันเรื่อยๆในแต่ละครอบครัว ทำให้เงินสะพัดเป็นอย่างมาก

กะบะซิ่งฝ่าสายฝนกระหน่ำเสียหลัก พุ่งประสานงานรถทัวร์ สายศรีสะเกษ-กรุงเทพ ถูกอัดก็อปปี้ตายคาพวงมาลัย 1 เจ็บ 2

เมื่อเวลา 22.55 น.ของคืนวันที่ 20 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ศูนย์นเรนทรสุรินทร์ (1669)รับแจ้งอุบัติเหตุ รถกระบะ ชนกับรถทัวร์บริเวณถนนสาย สุรินทร์-ศีขรภูมิ บริเวณบ้านบุทม ต.เมืองที อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีผู้บาดเจ็บและคนขับรถกะบะถูกอัดก็อปปี้ติดพวงมาลัย จึงวิทยุประสาน พ.ต.ท.สมยศ วงษ์สุรินทร์ พนักงานสอบ สภ.เมืองที ทราบและประสาน หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ และสมาคมวี อาร์ กู้ชีพสุรินทร์ นำเครื่องตัดถ่างเข้าช่วยเหลือ
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมีกซ์ สีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน บต 1754 สุรินทร์ ชนกับรถทัวร์ ปรับอากาศ ของบริษัทขนส่งจำกัด(บขส.) สี ขาว ส้ม น้ำเงิน เลขข้างตัวรถ ม.4(ค) 942-1820 หมายเลขทะเบียน 15-2761 กรุงเทพมหานคร สายศรีสะเกษ-กรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่สมาคม วีอาร์ กู้ชีพสุรินทร์ ได้ใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง เพื่อช่วยเหลือ คนขับรถยนต์กะบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมีกซ์ สีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน บต 1754 สุรินทร์ ที่เสียชีวิตคาที่เนื่องจากถูกชนประสานงาอย่างจัง ลักษณะถูกอัดก็อปปี้กัยชน เครื่องยนต์ ยุบติดกับพวงมาลัย ต้องใช้เวลากว่า 30 นาที กว่าจะนำร่างออกมาจากตัวรถได้ ทราบชื่อต่อมาภายหลัง คือ นายเมียน บุญเสริม อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 ม.3 ต.หมื่นศรี อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์

ถัดออกมาเพียง 3 เมตร พบรถทัวร์ ปรับอากาศ ของบริษัทขนส่งจำกัด(บขส.) สี ขาว ส้ม น้ำเงิน เลขข้างตัวรถ ม.4(ค) 942-1820 หมายเลขทะเบียน 15-2761 กรุงเทพมหานคร ถูกชนอย่างจัง สภาพยับด้านขวา ฝั่ง พวงมาลัยคนขับ สภาพรถทัวร์หวิดเสียหลัก ตกข้างทาง มีร่อยรอยการเบรคกะทันหันยาวกว่า 5 เมตร เศษกระจก คราบน้ำมันเกลื่อนถนน ท่ามกลางความตกใจของผู้โดยสารที่เดินทางมาเต็มคันรถทัวร์ พบผู้โดยสารได้บาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน ศีรษะแตก และขาหัก หน่วยกู้ภัยสุรินทร์นำส่งโรงพยาบาดสุรินทร์

นายศรีไพร ลุนสิงห์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 ม.1 ต.น้ำเกลี้ยง อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ผู้โดยสารมากับรถทัวร์ เปิดเผยว่า ตนนั่งอยู่เบาะผู้โดยสารแถวที่ 2 กำลังหลับอยู่ ขณะเกิดเหตุได้ยินคนขับรถทัวร์ร้องเสียงดัง สักพักได้ยินเสียงชนดังตูม ขณะเกิดเหตุตนรู้สึกตกใจนิดหน่อย ตนกำลังเดินทางไป สถานีขนส่งหมอชิต กรุงเทพฯโชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไร ผู้โดยสารที่มากับรถทัวร์ก็ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

นายเบญจชัย แซ่อึง อายุ 59 ปี พนักงานขับรถทัวร์ คนที่ 2 กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่ ได้ยินเสียงตูมอย่างจัง พอตื่นมาก็เห็นรถทัวร์กำลังจะลงถนนอยู่แล้ว คนขับก็พยายามประคองรถเอาไว้ มีคนนั่งหน้ารถทัวร์ หัวแตก และเจ็บเข่าคนหนึ่ง

ภายหลังการสอบสวน ทราบว่า ผู้โดยสารที่นั่งมากับรถบัสคันดังกล่าว เผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทาง จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุที่เป็นถนน 2 เลนสวนกัน รถกะบะประสานงาเข้ากับรถทัวร์ที่ขับสวนมาอย่างจัง จนทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องรอสอบปากคำพนักงานขับรถบัสโดยสารอย่างละเอียดอีกครั้ง และพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด อีกครั้งเพื่อให้ทราบข้อเท็จ และแจ้งญาติผู้เสียชีวิตมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนา ก่อนจะดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

สุรินทร์ เทศบาลเมืองสุรินทร์จัดกองบุญทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล เพื่อแก้ไขปัญหาขยะล้นเมือง อย่างยั่งยืน

เมื่อ วันที่ 14 ก.ค.59 เวลา 09.30น.ที่ สำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ จัดกองบุญทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล เพื่อแก้ไขปัญหาขยะล้นเมือง โดยมีนายวรรธนินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์ เป็นประธานฝ่าฆารวาส มีพระครูปริยัติกิจธำรง เจ้าคณะอำเภอเมืองสุรินทร์ ประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่อให้ชาวบ้านตามชุมชนต่างๆทั้ง32 ชุมชน ร่วมกับเทศบาลเมืองสุรินทร์ ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะล้นเมืองอย่างยั่งยืน
ซึ่งปัญหาขยะมูลฝอย ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จากการไม่มีสถานที่ทิ้งและกำจัด ทำให้เกิดปริมาณขยะมูลฝอยตกค้างตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก มีการนำไปกำจัดโดยวิธีกองบนพื้น ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะด้านสิ่งแวดล้อม การนำขยะจากครัวเรือนมาทิ้งที่สาธารณะ เพื่อให้พ้นจากที่อยู่อาศัยของตัวเอง แต่ได้ก่อปัญหากับชุมชน

 

IMG_8845_resize
ปัจจุบันเทศบาลเมืองสุรินทร์ ได้นำขยะมูลฝอยไปกำจัดที่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอย เทศบาลเมืองวาริน ชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นประจำทุกวัน ใช้งบประมาณเดือนละ 2 ล้านบาท จากปัญหาดังกล่าว เทศบาลเมืองสุรินทร์จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนคัดแยกขยะอย่างต่อเนื่อง และจัดตั้งธนาคารรีไซเคิลสงเคราะห์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2556 จนถึงปัจจุบันมีสมาชิก 389 คน จัดสวัสดิการให้สมาชิกที่เสียชีวิต 5 ราย เป็นเงิน 15,000 บาท ยอดเงินฝากบัญชีธนาคารกรุงไทย 89,612 บาท เปิดรับฝากขยะรีไซเคิล ทุกวันจันทร์ ที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และที่ชุมชน สัปดาห์แรกของเดือน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี สามารถลดปริมาณขยะได้ระดับหนึ่ง การทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล จึงเป็นรูปแบบหนึ่งในการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการคัดแยกขยะมูลฝอยจากครัวเรือนมุ่งสู่การเป็นสุรินทร์เมืองปลอดขยะอย่างยั่งยืน
การจัดกิจกรรมกองบุญทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิลในครั้งนี้ บรรดาร้านค้า ประชาชน ชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลให้ความร่วมมือร่วมกิจกรรม เป็นจำนวนมาก สามารถเปลี่ยนขยะเป็นมูลค่าเป็นเงิน นับหมื่นบาท เพื่อมอบให้กับธนาคารรีไซเคิลสงเคราะห์เทศบาลเมืองสุรินทร์ในการช่วยเหลือประชาชนในชุมชนต่อไป

รำบวงสรวงพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง ประจำปี 2559

รำบวงสรวงพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง ประจำปี 2559
ณ อนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง จังหวัดสุรินทร์