อนาถใจ!! เฒ่าเมืองช้างเคลียปัญหารักไม่ลงตัว ตัดสินใจผูกคอลาโลก

20 ม.ค.60 เวลา 15.30 น. ร.ต.อ.เสฏฐวุฒิ นิลจันทร์ ร้องเวรฯ สภ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่ามีคนผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 14 ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ จึงพร้อมด้วยกู้ภับฮุก 31 จุดรัตนบุรี รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิตผูกคอในลักษณะยืนอยู่ภายในห้องน้ำหลังบ้านในที่เกิดเหตุ โดยใช้ผ้าขาวม้าผูกกับขื่อ ข้างๆ ศพมีถังน้ำปล่าววางอยู่ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือหลักฐานอื่น คาดว่าผู้เสียชีวิตคงจะใช้ยืนผูกคอ ทราบชื่อภายหลังคือนายบุญทัน มากมี อายุ 59 ปี เจ้าของบ้าน คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง

20170120001

จากการสอบถาม นางสมฤดี มากมี อายุ 50 ปี น้องสาวผู้ตายและเป็นผู้พบศพคนแรก ทราบว่าก่อนที่จะมาพบศพนายบุญทัน(พี่ชาย) ตนกลับจากทำธุระนอกบ้าน แต่ก็ไม่พบพี่ชายอยู่ในบ้าน ตนสังเกตุเห็นว่าห้องน้ำปิดอยู่ จึงคิดว่าพี่ชายคงจะเข้าห้องน้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานผิดปกติ ตนจึงไปเคาะประตูห้องน้ำเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานผิดสังเกตุ จึงได้ไปตามพี่ชายอีกคนซึ่งอยู่บ้านอีกหลังติดกัน ซึ่งเป็นน้องผู้ตายมาช่วยกันพังประตูห้องน้ำเข้าไป จึงได้พบว่านายบุญทัน(พี่ชาย)ผูกคอเสียชีวิตไปนานแล้ว

โดยนางสมฤดี มากมี น้องสาวผู้ตายได้เผยถึงสาเหตุการตายว่า นายบุญทัน(พี่ชาย)ของตนคงจะเครียดจากปัญหาที่ไปขึ้นบ้านสาวข้างบ้านเมื่อคืน จนสาวโวยวายจะเอาเรื่อง จึงได้มีการตกลงที่จะนัดเจรจากันที่บ้านผู้ใหญ่บ้านในเย็นวันนี้ แต่พี่ชายตนคงจะอายและเครียด จึงได้ชิงผูกคอตายก่อน โดยพี่ชายตนเป็นคนโสดไม่มีลูกเมีย ส่วนสาเหตุอย่างอื่นที่จะทำให้คิดสั้นจนต้องผูกคอตายคงไม่มี.

ภาพ – ข่าว / ชูชัย  ดำรงสันติสุข

โดม ปกรณ์ ลัม และ หนึ่ง ETC ร่วมกับโครงการธรรมช้าง จัดกิจกรรม “คืนธรรมชาติให้ช้าง” ที่ จ.สุรินทร์

โดม ปกรณ์ ลัม และ หนึ่ง ETC สองศิลปินใจบุญ จิตอาสา ร่วมกับโครงการธรรมช้าง จัดกิจกรรม “คืนธรรมชาติให้ช้าง” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เมื่อ วันที่ 7 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ นายศิริศักดิ์ ร่วมพัฒนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ เป็นประธานเปิด กิจกรรม “คืนธรรมชาติให้ช้าง” โดยมีนางสาวกัตติกา ตั้นจัด ผู้ช่วยผู้กำกับสารคดี “วันช้างโลก” และผู้นำกลุ่มธรรมช้าง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวด้วยความใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างความเข้มแข็งในสังคม และสิ่งแวดล้อม และเงินบริจาคนำไปสมทบให้แก่ วันช้างโลก มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ และช่วยเหลือช้างเลี้ยงในจังหวัดสุรินทร์ โดยความร่วมมือจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย( ททท.)สำนักงานสุรินทร์ และ องค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ

 

s__4833303

เพื่อช่วยเหลือช้างเร่ร่อนให้ได้คืนสู่ธรรมชาติ และ 70% นำไปช่วยเหลือช้างในจังหวัดสุรินทร์ซึ่งมีช้างเลี้ยงมากกว่า 200 เชือกในหมู่บ้านตากลาง ให้มีแหล่งอาหารและน้ำที่เพียงพอ มีสุขภาพที่ดี พัฒนาระบบนิเวศ พร้อมทั้งเผยแพร่ความรู้และการร่วมตระหนักถึงดังกล่าวไปยังทั่วประเทศไทย

จัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 7 – 8 พ.ย.59 โดยวันนี้ เป็นการร่วมกันปลูกพืชอาหารช้าง โดยมีศิลปินจิตอาสา ประกอบด้วย โดม ปกรณ์ ลัม และ หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท (หนึ่ง ETC.) และนักเรียน นักศึกษา ประชาชน รวมไปถึงควาญช้างในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมาก ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อถวายความอาลัย และร่วมกิจกรรมปลูกพืชอาหารช้าง ที่บริเวณ วังทะลุ บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ส่วนกิจกรรมในวันที่ 8 พ.ย. 59 จัดฉายสารคดี“Return to the Forest” สารคดีในการประกาศวันช้างโลก ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ กิจกรรมสร้างสุข ภายใต้ชมรม To Be Number One ชมนิทรรศการช้างและระบบนิเวศ โดยชมรมทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ และกิจกรรมจากศิลปินที่เข้าร่วมสนับสนุนธรรมช้าง เงินบริจาคนำไปสมทบให้แก่ วันช้างโลก มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ และช่วยเหลือช้างเลี้ยงในจังหวัดสุรินทร์ต่อไป

 

 

s__4833290

โดม ปกรณ์ ลัม กล่าวว่า ควาญช้างนำช้างไปเดินเร่ร่อนในกรุงเทพฯ ตามที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ อยู่บ่อยๆ ปัจจุบันเริ่มมีระบบ จัดระเบียบให้ช้างคืนถิ่นและมีระบบนิเวศที่เหมาะสม อยู่กันเป็นครอบครัว ช้างก็อบอุ่น ครอบครัวควาญช้างก็อบอุ่น ไม่ต้องออกเร่ร่อนไปตามต่างจังหวัด 4-5 เดือนถึงจะได้กลับบ้านที วันนี้มีกิจกรรมปลูกหญ้าอาหารช้าง ในฐานะที่ตนเป็นดารา นักร้องนักแสดง จะให้มาพูดเรื่องช้างลึกๆแล้วมันดูไม่น่าเชื่อ ดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวโดม แต่ท้ายที่สุดแล้ว ช้างคือต้นทางของธรรมชาติ ช้างสร้างทางน้ำ ป่า และช้างยังเป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองไทย เป็นสัตว์มงคล มาร่วมกันนำช้างคืนถิ่น ไม่อยากเห็นช้างเร่ร่อนในกรุงเทพฯ ต้องพยายามช่วยกันตัดวงจร งดซื้อและให้อาหาร ที่เดินเร่ร่อน เพื่อให้ช้างคือถิ่นได้อยู่ในระบบนิเวศที่เหมาะสมของเขา ช้างดี คนดี แน่นอนเรื่องง่ายๆแบบนี้ ตนเชื่อว่าทุกคนทำได้

หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท (หนึ่ง ETC.) กล่าวว่า ช้างสุรินทร์น่ารักมาก อยากฝากถึงคนรักช้างทุกคน วันนี้อยากจะให้ทุกคนตระหนักถึงช้าง มาช่วยกันเลี้ยงช้างให้ถูกวิธี เพื่อประโยชน์ของพวกเราด้วย โดยให้ช้างอยู่ในสภาพแวดล้อมและธรรมชาติที่ถูกต้อง

 

s__4833302
นายศิริศักดิ์ ร่วมพัฒนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ กล่าวว่า เรื่องของช้างวันนี้นับว่าเป็นสิ่งดี ที่ศิลปินจิตอาสา โดม ปกรณ์ ลัม และ หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท (หนึ่ง ETC.) ได้มาปลูกป่าอาหารช้างกับเรา ซึ่งทาง องค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ จะทำกิจกรรมแบบนี้ไปเรื่อยๆ หลังจากนี้ชาวช้างจะนำช้างเข้าจังหวัดสุรินทร์ เพื่อร่วมกิจกรรถวายความอาลัย พ่อหลวงของเรา ในวันที่ 19-20 พ.ย.59 นี้

ภาพ-ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว /สุรินทร์ 091-0179989

ชาวนาเมืองช้าง กราบพระแม่โพสพช่วย หลังขาดทุนหนัก ราคาข้าวเปลือกตกต่ำในรอบ 50 ปี

ชาวนาเมืองช้าง กราบพระแม่โพสพช่วย หลังขาดทุนหนัก ราคาข้าวเปลือกตกต่ำในรอบ 50 ปี วอนนายกรัฐมนตรี-รัฐบาลคสช.เร่งดันราคาข้าวหอมมะลิจาก กก.ละ 5-6 บาท เป็น 15 บาท

ชาวนาเมืองช้างกราบพระแม่โพสพช่วย หลังขาดทุนหนัก ราคาข้าวเปลือกตกต่ำในรอบ 50 ปี วอนนายกรัฐมนตรี-รัฐบาลคสช.เร่งดันราคาข้าวหอมมะลิจาก กก.ละ 5-6 บาท เป็น 15 บาท

เมื่อ วันที่ 27 ต.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ชาวนาในพื้นที่ จ.สุรินทร์ จำนวนมากที่เก็บเกี่ยวข้าว กข 15 หรือ ข้าวหอมมะลิ ในนาข้าวกันแล้ว และต่างพากันนำข้าวเปลือกมาตากไว้ตามถนน หนทาง ที่สาธารณะ ทางหลวงชนบท ระหว่างหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก มีระยะทางการตากข้าวเปลือกยาวไกลหลายสิบกิโลเมตร เมื่อชาวนานำไปขายให้กับโรงสีข้าวรับซื้อ แบบหักลบ ความชื้น สิ่งเจือปน ให้กิโลกรัมละ 5-6 บาท อย่างมากที่สุดไม่เกินกิโลกรัมละ 6.5 บาท หรือราคาเพียงตันละ 6,200 – 6,300 บาทเท่านั้น และเมื่อหักค่าความชื้นและสิ่งเจือปนแล้วชาวนาจะได้รับเงินเพียงตันละไม่เกิน 6,000 บาท ทำให้ประสบปัญหาภาวะการขาดทุนหนักที่สุดในรอบ 50 ปี ชาวนาทุกคนลำบากและกำลังประสพปัญหาหนี้สินตามมาอีกเป็นจำนวนมาก

 

img_5351

ชาวนาลงทุนค่อนข้างสูงมาก ทั้งค่าจ้างไถดะ ไถแปร ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ยเคมี ค่าสารเคมี ค่าจ้าง เงินกู้ ธ.ก.ส. และต้องจ่ายค่าแรงงานเก็บเกี่ยว 300 บาทต่อคนต่อวัน ค่าจ้างรถเกี่ยวนวด 500 บาทต่อไร่ ค่าขนส่ง 1 ไร่ ลงทุนมากกว่า 5,000 บาท ขายข้าวได้ 5,000-6,000 บาท จึงไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ชาวนาอยู่ได้ต้อง 13-15 บาทต่อกิโกโลกรัม ชาวนาหมดที่พึ่งได้แต่พากันกราบพระแม่โพสพ หรือข้าวเปลือก ที่นำมาตากไว้ให้แห้งก่อนนำไปขาย วิงวอนผ่านสื่อมวลชนถึง ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้หาทางช่วยชาวนาอย่างเร่งด่วน

นางญาติ ม่วงศรี อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 ต.ลำดวน อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ ชาวนา กล่าวว่า ข้าวกิโลกรัมละ 5 บาท มาม่าซองละ 7 บาท มันไม่คุ้มเลยข้าว มันถูก ขอให้มันเพียงกว่านี้อีกสัก ก.ก.ละ 15 บาทก็ยังดี ส่วนค่ารถเกี่ยวข้าวก็ยังปกติเหมือนเดิม ไร่ละ 500 บาท ข้าวแพง ข้าวถูกก็ไร่ละ 500 บาท มาขายข้าวหอมมะลิได้ ก.ก.ละ 5 บาท 5.50 บาท หรือ 6 บาทตาม คุณภาพและความชื้นงของข้าว ถ้าว่าจะคุ้ม ไหมคุ้ม ก็ไม่คุ้มหรอกแต่ก็จะทำอะไรได้ ก็อาชีพเราทำแล้ว จะเลิกอาชีพชาวนาก็ไม่ได้ เพราะภาระหนี้สินรุงรัง ทั้ง ธกส. สหกรณ์การเกษตร อยากให้ ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ช่วยพยุงราคาข้าวเปลือก สูงขึ้นกว่านี้สักนิดหน่อย ก.ก.ละ 15 บาทก็ยังดี ถ้าราคาข้าวตกต่ำกว่า ก.ก.ละ 5 บาทชาวนาไทยต้องตายกันหมดแน่

 

 

img_5347

 

ด้าน นางบังอร เกษมสูง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.16 ต.ลำดวน อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ ชาวนา กล่าวว่า ปัจจุบันชาวนาจะพากันตายกันหมดแล้ว ใครจะช่วยก็รีบช่วย ชาวบ้านไม่รู้จะไปร้องขอความช่วยเหลือจากใครได้ ผลสุดท้ายก็ได้แต่ ขอนางธรณี เจ้าที่ เจ้าภูมิ และพระแม่โพสพให้มาช่วยให้ข้าวได้ขึ้นราคามากกว่านี้หน่อย

คลิป สำนักข่าวทีนิวส์ จัดอบรม เสริมเขี้ยว..ให้เหยี่ยวข่าวเมืองช้าง

สำนักข่าว TNEWS จัดอบรม “เหยี่ยวข่าว TNEWS”รุ่นแรก ที่ จังหวัดสุรินทร์

 

วันแม่ นี้ ตัดองุ่น สดจากไร่ เพ ลา เพลิน บุรีรัมย์

กิจกรรมวันแม่
ตัดองุ่น สดจากไร่ เพ ลา เพลิน บุรีรัมย์
พิเศษ คู่แม่ลูกควงคู่กันมาตัดองุ่น ลุ้นทำไอศครีมเจลาโต้ร่วมกัน 12 สค.
**เฉพาะวันที่ 12-14 สิงหาคมนี้ แพคเกจ Mother’s Day เที่ยวแพคคู่ 2 วัน 1 คืน ราคา 1,499 บาท

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

• ควงคู่พักโรงแรม Yhe Naturalist เพ ลา เพลิน
• กิจกรรมชมทุ่งกระเจียว และอุทยานไม้ดอก
• บุกไร่องุ่น ตัดองุ่นสดๆ จากไร่ ฟรี!!!
• ร่วมกิจกรรมWork shop ทำไอศครีมเจลาโต้
• ดินเนอร์อาหารค่ำ พิเศษจากเชฟมืออาชีพ

ทั้งหมดนี้ 2 วัน 1 คืน ราคา 1,499 บาท
จองด่วน!!!! โทร 044-634736-8 จำนวนจำกัด!!!!!
สำรองวันนี้ จนถึง 5 สค. 59 เพ ลา เพลิน บุรีรัมย์
ฟรี!!! ร่มกันฝนเก๋ สำหรับลูกค้าใช้ผ่านบัตร KTC

 

S__5955652

ชาวบ้านเมืองช้าง เดือนร้อนหนัก ต้องต้มน้ำอาบ หลังหนองน้ำ ผลิตน้ำประปา แห้งขอด

ชาวบ้านเมืองช้าง เดือนร้อนหนัก ต้องต้มน้ำอาบ ซื้อน้ำหุ่งข้าว หลังหนองน้ำผลิตน้ำประปาแห้งขอด-ดินแตกระแหง สูบน้ำบาดาลมาใช้แทนมาร่วมปี

สุรินทร์-วันนี้(22 มิ.ย.59)ผู้สื่อข่าวประจำจ.สุรินทร์ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านสวาย ต.ตรึม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ว่า กำลังได้รับความเดือนร้อนอย่างหนัก และต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัส เพราะทุกหลังคาเรือน ต้องพากันต้มน้ำอาบ ซื้อน้ำมาหุ่งข้าว หรือบางรายที่พอมีฐานะต้องซื้อน้ำถังมาอาบ ล้างจาน และซักเสื้อผ้า มาร่วมปี เนื่องจากสูบน้ำบาดาลมาใช้ทำประปาหมู่บ้านแทน หลังหนองน้ำผลิตน้ำประปาแห้งขอด-ดินแตกระแหง แล้งหนักสุดในรอบ 30 ปี

ผู้สื่อข่าวรุดลงพื้นที่บ้านสวาย ต.ตรึม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ พบว่าแหล่งน้ำขนาดใหญ่ หนองน้ำสวาย ซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำผลิตน้ำประปาก็ได้แห้งขอดมานานแรมเดือน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาฝนตกน้อยในพื้นที่ทำให้น้ำไหลเข้าหนองน้ำสวายมีปริมาณน้อย เมื่อผลิตน้ำประปาในหมู่บ้านก็ทำให้น้ำแห้งเร็วขึ้น ขณะที่คณะกรรมการหมู่บ้านได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการเปลี่ยนมาสูบน้ำบาดาล ขึ้นแท็งก์ผลิตน้ำประปา

 

13466013_652059048293754_8264868639190392669_n

 

ชาวบ้านในหมู่บ้านกว่า 60 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักไม่มีน้ำอุปโภคบริโภค เนื่องจากน้ำบาดาล เป็นน้ำกระด้าง ที่มีเกลือต่างๆละลายอยู่ และมีกลิ่นหมิ่นคล้ายสารเคมี ชาวบ้านต้องต้มน้ำอาบ ต้มน้ำหุ่งข้าว ต้มน้ำซักผ้า และล้างจาน แต่น้ำกระด้างมาก จนหม้อต้นน้ำดำ หุ่งข้าวแล้วบูดเร็วมาก สุดท้ายชาวบ้านสวายต่างพากัน ซื้อน้ำถัง มาอาบให้ลูกหลาน เพราะกลัวโรคภูมิแพ้ ผดผื่นคัน หลักเด็กในหมู่บ้านป่วยเป็นโรคผิวหนังหลายราย จำเป็นต้องซื้อน้ำมาอุปโภคบริโภค น้ำบาดาลหมู่บ้านต้องปิดเปิดปล่อยน้ำเป็นเวลาเพราะเกรงว่า อนาคตจะไม่มีน้ำใช้ทั้งหมู่บ้าน

นางสู้ คงมั่น อายุ 41ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 บ้านสวาย ม.10 ต.ตรึม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนเอาหม้อมาต้มน้ำให้ยายอาบ ยายไม่สบายนอนติดเตียง พอต้มไปแล้วหม้อมันดำ เลยต้องไปซื้อน้ำมาต้มให้แก่อาบ หม้อนี้ก็เลยเลิกใช้ เพราะว่าน้ำบาดาลนำมาต้ม หุ่งข้าวก็ไม่ได้ ถ้าหุ่งข้าวน้ำก็เหมือนต้มเกลือเลย มีกลิ่นคลายมีสารพิษ และข้าก็บูดเร็ว

นายบัวพัน บุญภูมิ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/1 บ้านสวาย ม.10 ต.ตรึม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ชาวบ้านมีความเดือนร้อนเพราะตรงนี้เป็นแหล่งน้ำกินน้ำใช้ของชาวบ้าวสวาย ที่ใช้กันมาหลังจากมีการขุดลอกกว่า 30 ปี ยังไม่เคยเห็นแล้งขนาดนี้ ชาวบ้านกว่า 60 หลังคาเรือน ต้องใช้น้ำจากหนองน้ำแห่งนี้อุปโภค บริโภคทั้งหมู่บ้าน พอมาปีนี้ปรากฏว่าเเล้งมาก จึงวิงวอนผ่านสื่อถึงหน่วยงานต่างๆได้โปรดให้การช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือนร้อนของชาวบ้าน ทุกวันนี้น้ำในหนองน้ำไม่มีเเล้ว ต้องตัดท่อน้ำในหนองทิ้ง แล้วหันมาสูบน้ำบาดาลทำประปาหมู่บ้านแทน พออาบน้ำบาดาล มันมีความเหนียว ชาวบ้านก็ทนใช้ ดื่มไม่ได้ น้ำดื่มก็ต้องซื้อน้ำถังละ 15 บาท โดยในขณะนี้ ทาง อบต.ตรึม และ อำเภอศีขรภูมิ ยังไม่มีการช่วยเหลือแต่อย่างใด ชาวบ้านอยากให้ ทาง นายก อบต.ตรึม และนายอำเภอศีขรภูมิ ช่วยหางลประมาณมาลอกหนองน้ำ และหาวิธีหาน้ำให้ชาวบ้านได้ใช้ในเบื้องต้นก่อน โดยเฉพาะน้ำกิน น้ำใช้ น้ำสำหรับหุ่งข้าว แบบพอประทังไปก่อน จนกว่าหน้าฝนจะมา

ด้าน ร.ต.อ.นครินทร์ เกตุศิริ นายอำเภอศีขรภูมิ กล่าวว่า ทุกพื้นที่ของอำเภอศีขรภูมิ ประสบภาวะแห้งแล้งน้ำ การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นของหมู่บ้านใช้น้ำบาดาล แผนการถ้าขาดแคลนน้ำจริงๆ ก็มีการเตรียมการไว้สำหรับการแจกจ่ายน้ำ โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เร่งให้การช่วยเหลือในการแจกจ่ายน้ำให้ทั่วถึง เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเดือนร้อนจนไม่มีน้ำใช้ โดยผู้นำชุมชนต้องไปของให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกมาแจกจ่ายน้ำ ซึ่งตนได้กำชับให้ท้องถิ่นทุกแห่งช่วยเหลือเรื่องภัยแล้ง หากเกินกำลังก็ให้รายงานทางอำเภอเพื่อจะประกาศหน่วยงานข้างเคียงหรือใช้งบทรอง โดยจะต้องมีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย แต่ตอนนี้ในพื้นที่อำเภอศีขรภูมิทุกๆองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังสามารถดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของตนเองได้