ตุ๊กตามาสคอต แดนซ์กันตรึม งานวันเกษตรราชมงคลสุรินทร์(คลิป)

ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ มีการจัดงานวันเกษตรและเทคโนโลยีอีสานครั้งที่ 5 เกษตรอินทรีย์และเทคโนโลยีชาวบ้าน สืบสานเศรษฐกิจพอเพียง โดยคณะเกษตรศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ซึ่งได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2560 โดยมีการจัดกิจกรรมมากมายตลอดงาน เช่น การแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การประกวดความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและการเกษตร กิจกรรมนิทรรศการกระบวนการผลิตเกษตรอินทรีย์ การประกวดแข่งขันทักษะ รวมไปถึงการออกร้านจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรและสินค้า OTOP จากทั่วประเทศ

ก่อนพิธีเปิดมีการแสดง หนุมานกับนางสีดา ใครก็ย่อมรู้จัก หนุมาน ว่ามี กายสีขาว มีกุณฑล (ต่างหู) ขนเพชร เขี้ยวเพชร (อยู่กลางเพดานปาก) หาวเป็นดาวเป็นเดือน ยามแผลงฤทธิ์จะมีสี่หน้า แปดกร ใครจะรู้ความลับของ หนุมาน บ้างว่าชุดที่ส่วมใส่ มันไม่มีซิป หรือช่องว่างสำหรับใช้ปัสสาวะเลยแม้แต่น้อย ผู้แสดงเป็น หนุมาน ต้องรู้จักอดทน อดกลั่น สูงมากๆ และต้องอั้นฉี่เป็นเวลานานหลายชั่วโมงกว่าการแสดงจะแล้วเสร็จ

และเพื่อให้มีกลิ่นอายของเกษตร ก็ต้องตุ๊กตามาสคอต ช้าง และ วัว ซึ่ง ช้าง นับว่าเป็นสัญลักษณ์นำโชค ของชาวจังหวัดสุรินทร์ ดินแดนถิ่นช้างใหญ่แห่งนี้  ส่วนวัว ก้ได้กลิ่นไอของการทำเกษตรกรรม ธรรมชาติ  สีสัน อยู่ที่เวลาเปิดเพลง กันตรึมตุ๊กตามาสคอต ช้าง และ วัว จะไม่ยืนอยู่นิ่งๆ มาสคอตจัดเต็ม เต้น รำ เข้ากับจังหวะดนตรีกันตรึม ที่กำลังแสดงบนเวทีอย่างสนุกสมาน

ถึงแม้หัวตุ๊กตามาสคอต ช้าง และ วัว จะหนัก และจะร้อนสักเพียงใด สังเกตจากเหงื่อไหล ไคลย้อย น้องนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ทั้ง 3 คน ที่มาแสดงก็เต็มที่และเต็มใจ เพื่อสร้างรอยยิ้ม และสร้างสีสันให้กับการเปิดงานในวันนี้.

ภาพ – ข่าว / ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว

(คลิปประกอบข่าว)

จัดเทศการอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์ถิ่น เปิดตลาดชาวนาสินค้าเกษตรอินทรีย์

27 ก.พ.60 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิชุมชนเกษตรนิเวศน์ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกสุรินทร์ สหกรณ์เกษตรอินทรีย์กองทุนข้าวสุรินทร์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดสุรินทร์ ได้จัดกิจกรรม “เทศกาลปกป้องเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น ปี 2560” SAVE SEEDs FESTIVLA 2017 ที่บ้านปันสุข ถนนสระโบราณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.วัดสุรินทร์ เพื่อรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจ และเห็นความสำคัญของพันธุกรรมพื้นบ้าน ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นการรักษาอธิปไตยทางด้านอาหารของท้องถิ่น รวมถึงการส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยและไม่ทำลายสุขภาพ-สิ่งแวดล้อม ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ งานวิชาการ การแสดงพื้นบ้าน ตลาดนัดชาวนา Workshop องค์ความรู้ เวทีแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ และกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย

นายเกรียงศักดิ์ เวฬุวนารักษ์ อายุ 44 ปี ศูนย์สุขภาพวัดลาด ต.นาโส อ.กุดชุม จ.ยโสธร กล่าวว่า ในชุมชนเราก็มีต้นทุนเรื่องภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่เป็นหมอชาวบ้าน หรือที่เรียกว่า หมอยากลางบ้าน เป็นระบบเกื้อกูล หมอครอบครัว บางคนมีตำรับนี้ก็ไปรักษาคนนี้ อย่างที่เราทำก็จะเป็นประเภท ยาเดียวบ้าง ยาตำรับบ้าง ยาเดียว อาทิ เช่น ฟ้าทะลายโจร ใช้ทดแทน ยาพาราแซลตามอล รักษาอาการ แก้ไข้ ท้องเสีย เจ็บคอได้ ถ้าเป็นโรคทางกระเพาะอาหาร ปกติใช้ยา แอนตาซิล ถ้าเป็นยาแผนพื้นบ้านก็ใช้ยาขมิ้นชัน ถ้าเป็นท้องอืด ท้องเฟื้อ ก็จะใช้ยาธาตุอบเชย เป็นตัวทดแทนที่จะสร้างทางเลือกให้ชาวบ้าน ชุมชน เริ่มพัฒนาสู่การผลิตยาสมุนไพรพื้นบ้านจากชุมชน ส่งวัตถุดิบให้โรงพยาบาลกุดชุมก็จะผลิตต่อ และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ในจังหวัดยโสธร ส่งโรงพยาบาลชุมชนต่างๆ เราจะเห็นเส้นทางของยา จากการเดินทางตั้งแต่ต้นนำ มากลางน้ำที่โรงพยาบาลกุดชุม แล้วก็ส่งไปปลายน้ำที่ยังโรงพยาบาลต่างๆ เป็นการบูรณาการ เป้นสืบทอด และต่อยอด ภูมิปัญญาชาวบ้านนำไปสู่ที่เขาเรียกว่า สมุนไพรใส่สูท จากเดิมใส่เสื้อหม้อฮ่อม โดยการประสานงานกับชาวบ้านที่เป็นเครือข่าย

ด้าน  นายอารัติ แสงอุบล ผู้จัดการ มูลนิธิชุมชนเกษตรนิเวศน์ 88 ม.7 ต.แกใหญ่ อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า งานนี้เราตั้งชื่อว่า SAVE SEEDs FESTIVLA 2017 เทศกาลปกป้องเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น ประเด็นหลักของงานคือการพูดถึงการอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์ อันที่สองคือ อาหารการกินพื้นบ้านปลอดภัย อันที่สามพูดถึง เกษตรอินทรีย์ ส่วนพื้นที่ที่เราอยู่กันตรงนี้ เรียกว่า บ้านปันสุข เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ที่ใหม่ แห่งใหม่ของคนสุรินทร์ เป็นศูนย์รวมของการมาเจอกัน เป็นตลาดนัดสีเขียว สุขภาพแผนไทย และมีกิจกรรมหลายๆอย่าง เพื่อรณรงค์ให้คนสุรินทร์หันมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องของสุขภาพ และเรื่องอาหารการกิน

วันนี้เจ้าภาพหลักที่เข้ามารวมงานเป็นเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ เรามีเครือข่ายเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์เยอะมาก 500-600 ครอบครัว วันนี้มาไม่หมด เพราะมีหลายที่ หลายอำเภอ เป็นการเปิดตัวว่าเราจะทำตลาดนัดสีเขียวที่นี้ด้วย ส่วนวันที่จะเปิดยังไม่ชัดเจน แต่วันนี้เป็นการเปิดตัว เพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็นก่อนว่า มีความเป็นไปได้ไมว่าเราจะร่วมมือกันเปิดตลาดนัดสีเขียวแห่งใหม่ ที่เป็นพื้นที่สุขภาพ ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของคนสุรินทร์ ที่เราจะจัด ณ ที่แห่งนี้ โดยใช้ชื่อว่า ตลาดเขียวปันสุข จะเป็นวันไหน เมื่อไหร่ก็ต้องติดตามอีกสักนิด เพื่อให้การจัดการมันพร้อมมากกว่านี้ บ้านปันสุข อยู่บริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน ก่อนถึง สมาคมวี อาร์ กู้ชีพ สุรินทร์  53/1 ชุมชนสระโบราณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์.

ภาพ – ข่าว / ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว

เมืองช้างจัดแคมป์ คนลูกโลกสีเขียว ให้คนรุ่นใหม่ได้พูดคุยประสบการณ์การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

18 ก.พ.60 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.00 น. ที่โรงเรียนบ้านกันตรง  ต.บึง  อ.เขวาสินรินทร์ สุรินทร์  คณะกรรมการรางวัลลูกโลกสีเขียว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำโดย รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ ประธานคณะกรรมการ “รางวัลลูกโลกสีเขียว ภาคอีสาน”และคณะ ได้นำกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ต่างๆในภาคอีสาน กว่า 150 คน กลุ่มเยาวชนที่ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว จำนวน 7 กลุ่ม และกลุ่มเยาวชนเครือข่ายลูกโลกสีเขียว (ที่เคยผ่านการกลั่นกรองระดับภาคอีสาน) จำนวน 3 กลุ่ม รวม 10 กลุ่ม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเปิดโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ องค์ความรู้ ประสบการณ์ ในงานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มเยาวชนลูกสีเขียว ให้เป็นเครือข่ายทางด้านแนวคิด อุดมการณ์ องค์ความรู้ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในภาคอีสาน โดยมีนายพิณี หาสุข ผู้อำนวยการที่โรงเรียนบ้านกันตรง  และชาวบ้าน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

02182017003

กิจกรรมโครงการ  จัดค่ายเยาวชน “สานพลังเครือข่ายเยาวชน คนลูกโลกสีเขียว ภาคอีสาน”  ตอน “ตุ้มโฮม ลูกหลานอีสาน ฮัก ดิน นำ ป่า”  ระยะเวลาในการดำเนินการ  2 วัน 1 คืน ระหว่างวันที่  18-19 กุมภาพันธ์ 2560 เนื้อหากิจกรรมประกอบไปด้วย

1.กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมค่าย

2.กิจกรรมถอดบทเรียนผลการดำเนินงานในระดับพื้นที่ และนำเสนอบทเรียนการทำงาน

และกิจกรรมฐานการเรียนรู้และนิทรรศการต่างๆ จำนวน 5 ฐาน ประกอบด้วย

1.กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากปราชญ์ชาวบ้าน

2.กิจกรรมการแสดงออกของกลุ่มเยาวชนลูกโลกสีเขียว

3.กิจกรรมการออกแบบงานเครือข่าย โครงสร้าง กลไกการทำงาน ระบบสื่อสาร การประสานงาน

4.กิจกรรมการสู่ขวัญ / ผูกข้อต่อแขนให้กับเยาวชนทุกคน

5.กิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ เครือข่ายเยาวชนลูกโลกสีเขียว

นับตั้งแต่มีการประกวดรางวัลลูกโลกสีเขียวเมื่อ 18 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน มีกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ต่างๆในภาคอีสานได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้แทบทุกปี ถือว่าเป็นแบบอย่างหรือต้นแบบที่ดี เป็นหน่ออ่อนของการขยายแนวคิดงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ดินน้ำป่า ในพื้นที่ภาคอีสาน ทางคณะกรรมการรางวัลลูกโลกสีเขียว เห็นร่วมกันว่า การสร้างโอกาสให้กับกลุ่มเยาวชนต่างๆข้างต้น ได้มีโอกาสได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่กับงานอนุรักษ์ทรัพยากรของชุมชนท้องถิ่นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ จะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ สร้างเครือข่ายงาน สร้างเครือข่ายความคิดให้กับกลุ่มเยาวชน อันจะพัฒนาการไปสู่การประสานความคิด ประสานความร่วมมือ ถักทอไปสู่แนวคิดร่วม อุดมการณ์ร่วม และดำเนินกิจกรรมร่วมกันในอนาคต

เด็กหญิงปวีณา เกสร นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนบ้านอีเซ ต.อีเซ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า จะทำให้เยาวชนในภาคอีสาน ได้ถูกปลูกฝังในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้ทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบันว่า ควรจะอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในรูปแบบไหน ทำให้ พี่ๆน้องๆที่ได้เข้ามาเรียนรู้ ร่วมกันในแต่ละฐาน ภายในค่ายนี้ ได้มีความรู้และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ มีประโยชน์มากเมื่อเราร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติ เพราะจะทำให้โลกเราน่าอยู่มากขึ้น ทุกๆคนจะได้รับการปลูกฝังในเรื่องการปลูกป่า การช่วยเหลือธรรมชาติ ไม่ใช่ว่าจะคอยทำร้ายธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ฐานนี้เรียนรู้การย้อมผ้าธรรมชาติ จากเปลือกไม้มะดันสด ซึ่งไม่ได้มาจากการตัดไม้ ทำลายป่า แต่เราเอาส่วนที่เหลือจากการเหลาไม้ปิ้งไก่ นำเปลือกมะดันที่ถูกทิ้ง นำมาสร้างประโยชน์มาสกัดเป็นสีย้อมผ้า

02182017004

นายพิณี หาสุข ผู้อำนวยการที่โรงเรียนบ้านกันตรง  กล่าวว่า โรงเรียนบ้านกันตรง  เป็นโรงเรียนเล็กๆมีนักเรียน ณ ปัจจุบัน 78 คน คณะครู 8 คน นักการภารโรง 1 คน รวมแล้วไม่ถึง 100 คน ถือว่าเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เล็กมากในการแบ่งประเภทของโรงเรียน แต่ว่ามันไม่เล็กตามสภาพของโรงเรียน ที่นี้ทั้งเด็กนักเรียน ครู และชุมชน จิตใจทุ่มเทให้โรงเรียน พูดง่ายๆใจใหญ่ ทำงานด้วยใจ จากเคยเป็นโรงเรียนล้าหลัง สภาพโรงเรียนเปลี่ยนผู้บริหาร หกเดือนครั้งหนึ่งเกือบจะถูกยุบ ระยะ 10ปีที่ผ่านมา โรงเรียนบ้านกันตรงจัดว่าเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป สิ่งสำคัญคือการให้ความสำคัญ ด้านปากท้อง ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เน้นจริงคือ วิถีชีวิตเกษตรพอเพียง เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง ตนไม่อยากให้สอนกันแต่ในห้องเรียน แต่เด็กนักเรียนปลุก ผัก ปลูกข้าว ปลูกพืชผักสวนครัวกินไม่เป็น เลยสอนการปลูกพืชผัก การเลี้ยงสัตว์ ต่างๆการทำปุ๋ยหมัก จะเห็นจากข้างหลัง เน้นดูแลสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการเพาะกล้าไม้  ดูแลจัดการเรื่องขยะ  สิ่งที่จะมอบให้เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม สิ่งแรกคือ วิถีชีวิตของคนส่วย หรือกูย ชนพื้นเมืองอำเภอจอมพระ โดยการนำเอาชุมชนมาจำลอง รูปแบบชีวิต ให้ลูกหลานที่เดินทางมาจากทั่วภาคอีสานได้ดู อันที่สองคือกระบวนการเพาะกล้าไม้ ที่เราเรียกว่า เพาะกล้า ปลูกป่า สร้างคน สร้างคนบนถนน การสร้างป่า การเพาะกล้าไม่ได้หมายความว่าเป็นกล้าไม้เพียงอย่างเดียว เป็นกล้าคนน้อยๆ ที่เรากำลังจะเพาะเขา ให้เป็นกล้าไม้แห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ฐานเรียนดูด้านการเกษตร การทำปุ๋ยหมักคุณภาพสูง การเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เด็กจะได้ซึมซับได้สัมผัส  ตนเข้าใจว่าเมื่อเขามาใกล้ จะคุ้มค่า ที่ได้มาสัมผัสโรงเรียนเล็กๆแห่งนี้

02182017002

ด้าน รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ ประธานคณะกรรมการ “รางวัลลูกโลกสีเขียว ภาคอีสาน” กล่าวว่า รางวัลลูกโลกสีเขียว หรือสถาบันลูกโลกสีเขียว ในปัจจุบันเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 18 มีการให้รางวัลมาแล้ว 17 ครั้ง 2 ปีแรกยังไม่มีกลุ่มเยาวชน พอปีที่ 3 เริ่มมีกลุ่มเยาวชนขึ้นมา เพราะว่า อนาคตของชาติ ต้นไม้จะเขียว ทรัพยากรธรรมชาติจะอยู่ได้ อยู่ที่มือของเยาวชน เราก็เลยมีโครงการจัดค่ายเยาวชนขึ้นมา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แต่ว่าการจัดค่าบบุคคล และชุมชนจัดมา 3 ครั้ง รวมแล้วครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนเราเห็นว่า โรงเรียนที่ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวไปแล้วส่วนหนึ่ง โรงเรียนที่ไปตรวจเยี่ยมที่ยังไม่ได้รับรางวัลส่วนหนึ่ง และโรงเรียนที่สนใจแต่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการอะไรเลยส่วนหนึ่ง ก็จะเอามาเรียนรู้ร่วมกัน รางวัลลูกโลกสีเขียว ได้ให้สิ่งดีงาม สร้างองค์ความรู้ เพื่อให้เยาวชนชุดนี้ ได้ดำเนินการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แทนผู้ใหญ่ใจดีที่ได้มอบหมายให้พวกเรามาทำงานจนกระทั้งทุกวันนี้ หวังว่าประเทศชาติเราจะฝากไว้กับเขาเหล่านี้ ต้นไม้ ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าเขา แม่น้ำ ลุ่มน้ำ ห้วยหนองคลอง บึง ทั้งหลาย ทั้งปวงจะอยู่ได้ ด้วยฝีมือของน้องๆเยาวชน ที่เติบโตขึ้นมา ดำเนินการตามแนวทางผู้ใหญ่ที่เคยปฏิบัติมาแล้ว เพราะว่าผู้ใหญ่ก็จะล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ เราจะไม่สามารถยึดมั่นอยู่ได้แต่จ้องฝากสิ่งเหล่านี้ ให้เยาวชนมีสำนึก และทำงานร่วมกันไป จากรุ่นใหญ่ ก็มาดูรุ่นน้อง และมาดูรุ่นเล็กๆต่อไป เพื่อผูกพัน ความสามัคคี กลมเกลียว เหมือนโรงเรียนบ้านกันตรงที่มีผู้ใหญ่โอบอุ้ม คุ้มชู มาตุ้มโฮมกัน ก็เหมือนแม่ไก่กางปีกเรียกลูกๆเข้ามา ลูกก็มาโฮมรวมกัน เรียกว่า ตุ้มโฮม เป็นภาษาท้องถิ่นอีสาน และจะต้องตุ้มโฮมกันต่อไปเรื่อยๆ.

ภาพ – ข่าว / ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว

อดีตทหารดวงเฮง!! คว้ารางวัลรถเก๋ง มูลค่าเหยียบล้าน ในงานพิธีเบิกเนตรรูปเหมือนหลวงปู่ดุลย์ฯ หลังซื้อสลากชิงโชคเพียง 400 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.00 น. ณ อุทยานหลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดป่าโยธาประสิทธิ์ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายวิชัย  ทัศนเศรษฐ์  ประธานกรรมการจัดสร้างอุทยานหลวงปู่ดูลย์  อตุโล พร้อมด้วยนายนุรุทธิ์  เจริญพันธ์  อดีต ส.ว.สุรินทร์ นายพิชิต สายแสงจันทร์ ส.อบจ.สุรินทร์ และคณะกรรมการ ในการจัดสร้างอุทยานหลวงปู่ดูลย์ อตุโล และรูปเหมือนหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ใหญ่ที่สุดในโลก หน้าตักกว้าง 8.09  เมตร สูง 19.20 เมตร. โดยได้รับการสนับสนุนจากการทำบุญของศิษยานุศิษย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมเป็นเงิน 30 ล้านบาท

20170207002

เพื่อเป็นที่ระลึกและศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวสุรินทร์ และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ธรรม และประวัติหลวงปู่ดูลย์ และให้เป็นปูชนียสถานศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวสุรินทร์ และประชาชนทั่วไปทุกสารทิศที่เคารบนับถือหลวงปู่ดูลย์ฯ พร้อมทั้งยัง รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งดินแดนอารยธรรมอีสานใต้

20170207003

คณะกรรมการ ในการจัดสร้างอุทยานหลวงปู่ดูลย์ อตุโล และรูปเหมือนหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ใหญ่ที่สุดในโลก จัดพิธีจับสลากมอบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า ซีวิค และโทรศัพท์มือถืออีก 5 เครื่องให้กับผู้โชคดีที่มาร่วมทำบุญในครั้งนี้ด้วย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ.60 ที่ผ่านมา สำหรับผู้โชคดีได้รับรางวัลรถยนต์เก๋ง คือ ร้อยตรีประวิทย์ อุดมเดช ข้าราชการบำนาญ ชาว จ.ชลบุรี เดินทางมารับมอบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า ซีวิต มูลค่ากว่า 700,000 บาท ไปครอบครอง

20170207004

ด้าน ร้อยตรีประวิทย์ อุดมเดช ข้าราชการบำนาญ กล่าวว่า ตนออลี่จากราชการทหาร สังกัด 21 พัน 1 รอ. จ.ชลบุรี ค่ายนวมินราชินี ได้รับโทรศัพท์ ช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ.60 ตอนแรกคิดว่าถูกพวก 18 มงกุฎหลอกลวง เพราะสมัยรับราชการทหารเคยมีคนถูกหลอกในลักษณะนี้ จึงโทรศัพท์สอบถามเพื่อความแน่ใจ เพราะกลัวจะโดนหลอกอีก เลยให้พี่ชายที่ทำงานการไฟฟ้าสุรินทร์ ติดต่อให้อีกทีว่าเป็นเรื่องจริงมัย พอรู้ว่าเป็นเรื่องจริง ตนดีใจมาก จนบอกไม่ถูก ไม่คิดว่าจะมีบุญกุศลได้รับรางวัลใหญ่ขนาดนี้

จังหวะที่เดินทางมาเยี่ยมพี่ชายที่ จ.สุรินทร์ ได้มารับประทานอาหาร ไอศรีม พี่ฟาร์มเมล่อน ของนายนุรุทธิ์  เจริญพันธ์  อดีต ส.ว.สุรินทร์ ที่อยู่ตรงข้าวการไฟฟ้าจังหวัดสุรินทร์ ตนซื้อซื้อสลากการกุศล ชิงโชค 4-5 ใบ ใส่ชื่อ ตนเอง ลูกชาย และแม่ ปรากฏว่าหลวงปู่ดูลย์ ท่านให้โชค.

ภาพ-ข่าว / ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว

ม.ราชภัฏสุรินทร์พร้อมจัดเทศกาลแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ(SICE) วันที่ 25-31 ม.ค.นี้

25 ม.ค.60 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พร้อมในการจัดงานเทศกาลการแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ SICE (ซีเซ่) : Surin International Cultural Exchange 2017 ระหว่างวันที่ 25-31 มกราคม 2560 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศาสตร์ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล เพื่อส่งเสริม สร้างองค์ความรู้ด้านวิชาการใหม่ๆ เพื่อสร้างเครือข่ายทางวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ และเพื่อพบปะแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน

โดยมีประเทศต่างๆ ส่งตัวแทนเข้าร่วมงาน 14 ประเทศ รวมมากกว่า 250 คน จากทั่วโลก ประกอบด้วย โปแลนด์ ตุรกี กัมพูชา อินเดีย กรีซ อาร์เจนตินา บัลกาเรียออสเตรเลีย อิสราเอล ฟิลิปปินส์ อิตาลี อินโดนีเซีย บังคลาเทศ จีน และประเทศไทย

20170125002

ดร.อัชราพร สุขทอง ผอ.สำนักศิลปะและวัฒนะธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ กล่าวว่า กิจกรรมซีเซ่ เป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนศิลปะนานาชาติ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์จัดเป็นประจำทุกปี และปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ให้การสนับสนุน ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ให้เกียรติเป็นประธานงาน ในวันแสดงแบบผ้าไหม ในวันที่ 29 ม.ค.60 ส่วนการแถลงข่าวได้มีการจัดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 15 ม.ค.60 ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซีเซ่ เน้นการแสดงที่ยิ่งใหญ่ อลังการ

จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดสุรินทร์ และนักท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงได้มาร่วมชมเทศกาลแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมนานาชาติระหว่างวันที่ 25-31 มกราคม 2560 ณ เวทีกลางแจ้งมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ชมการแสดงจากชาวต่างชาติกว่า 250 คน จาก 12 ประเทศ และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่หมู่บ้านช้าง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ในวันที่ 27 ม.ค.60 จะมีการจับจ่ายใช้สอย นอกจากนั้นยังมีการจัดแสดงที่โรงเรียนเครือข่าย อาทิ โรงเรียนสุรวิทยาคาร โรงเรียนสิรินธร และโรงเรียนจอมพระประชาสรรค์

เทศกาลแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ Surin International Cultural Exchange 2017 : SICE จะมีกิจกรรมย่อย 2 กิจกรรม คือ การแสดงศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ และการแสดงแบบผ้าและเครื่องแต่งกายนานาชาติ โดยมีกำหนดการจัดกิจกรรมดังนี้

 

วันที่ 25 มกราคม 2560 เวลา 9.00 – 12.00 น. พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ และเปิดการประชุมปฐมนิเทศคณะผู้นำนักแสดงนานาชาติ ที่โรงแรมล้านช้าง ชั้น 2 อาคาร 39 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จากนั้นเวลา 15.00 น เดินพาเหรดเข้าเมือง ผ่านวงเวียนน้ำพุ สี่แยกตลาดสด ผ่านหน้าสำนักงานประปาสุรินทร์ สิ้นสุด ที่อนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง และร่วมสักการะอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง จากนั้นเวลา 19.00 น. พิธีเปิดการแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ อย่างเป็นทางการ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

-วันที่ 26 มกราคม 2560 การแสดงรอบนักเรียน โดยโรงเรียนสุรวิทยาคารและโรงเรียนสิรินธร และการแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์

-วันที่ 27 มกราคม 2560 การแสดงรอบนักเรียน โดยโรงเรียนจอมพระประชาสรรค์ และโรงเรียนประสาทวิทยาคาร และการแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ ที่ปราสาทศีขรภูมิ

-วันที่ 28 มกราคม 2560 การแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ ที่เวทีโดม ถนนคนเดินเซราะกราว อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

-วันที่ 29 มกราคม 2560 เวลา 19.00-22.00 น. พิธีเปิดงานมหกรรมการแสดงแบบผ้าและเครื่องแต่งกายนานาชาติ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

-วันที่ 30 มกราคม 2560 การแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ ที่เวทีสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

-วันที่ 31 มกราคม 2560 การแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ การแสดงพิธีปิด รวมศิลปะ รวมวัฒนธรรม รวมใจเป็นหนึ่ง การมอบรางวัลการแสดงยอดเยี่ยมด้านต่างๆ การมอบเกียรติบัตรแก่คณะผู้นำและนักแสดงที่มาร่วมงาน มอบเกียรติบัตรแก่คณะกรรมการดำเนินงานและผู้ให้การสนับสนุนจากทุกภาคส่วน กิจกรรมเลี้ยงอำลา แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน และพิธีปิดงาน ร่วมร้องเพลงประสานเสียง Heart of Harmony ดร.อัชราพร สุขทอง ผอ.สำนักศิลปะและวัฒนะธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ กล่าว.

ภาพ – ข่าว / ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว

สุรินทร์จัดบวชหมู่ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9

15 ม.ค. 2560 นายอรรถพร สิงหวิชัย ผวจ.สุรินทร์ เป็นประธานเปิดโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสสัตตมวาร ครบ 100 วัน ณ วัดศาลาลอย พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยได้รับความสนใจจากพสกนิกรชาวสุรินทร์เข้าร่วมโครงการ 123 คน โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย พลตรีอัครเดช บุญเทียม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 (ยี่สิบห้า) และหัวหน้าส่วนราชการและญาติพี่น้องของนาคทั้ง 123 คน ได้ร่วมขลิปผมและปลงผมนาค ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงทุ่มเทในการพัฒนาประเทศชาติ และทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกายเพื่อปวงชนชาวไทยมาตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์

20170115002

สำหรับโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับคณะสงฆ์จัดขึ้นพร้อมกัน จำนวน 5 วัด มีพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ถวายเป็นพระราชกุศล จำนวนทั้งสิ้น 447 คน.

ภาพ – ข่าว / ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว

ช่วยชาวนา ซับน้ำตาชาวใต้!! แขวงทางหลวงสงขลาสั่งซื้อข้าวสุรินทร์กว่า 4 ตัน แขวงฯสุรินทร์ไม่น้อยหน้าควักช่วยอีก 2 ตัน

14 ม.ค. 60 – จากสถานการณ์การเกิดอุทกภัยทางภาคใต้ในขณะนี้ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ขาดแคลนทั้งเครื่องอุปโภค-บริโภค รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ในพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะกรมทางหลวง ที่ต้องอยู่ติดพื้นที่ตลอดเพื่อคอยซ่อมถนนหนทางที่เสียหาย อันเกิดจากภัยน้ำท่วม เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกปลอดภัย จึงไม่สามารถไปไหนได้

ขณะที่ช่วงบ่ายวันนี้ ที่สำนักงานแขวงทางหลวงสุรินทร์ ถ.ปัทมานนท์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายทวี เวียนไธสง รอง ผอ.แขวงทางหลวงสุรินทร์ ก็ได้รวบรวมข้าวสารจำนวน 6 ตันกว่า และอาหารกระป๋อง น้ำดื่ม ขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งไปให้แขวงทางหลวงสงขลาที่ 2 (นาหม่อม) นำไปให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับประทานกัน ภายใต้ชื่อโครงการ “ช่วยชาวนา ไปซับน้ำตาชาวใต้”

20170114001

โดยข้าวสารจำนวน 4 ตันกว่า นายวิฑูรย์ อัตตเกษม ผอ.แขวงทางหลวงสงขลาที่ 2(นาหม่อม) ได้มอบหมายให้นายอภิชาติ สันติกุล รอง ผอ.แขวงทางหลวงสงขลาที่ 2 (นาหม่อม)ประสานมายังแขวงทางหลวงสุรินทร์ พร้อมส่งเงินจัดซื้อข้าวสารจากชาวนาจังหวัดสุรินทร์ ประมาณ 4 ตันกว่า โดยนายชาญพินิจ พินิจศักดิ์ ผอ.แขวงทางหลวงสุรินทร์ ได้มอบหมายให้นายทวี เวียนไธสง รอง ผอ.แขวงทางหลวงสุรินทร์ ทำหน้าที่ประสานซื้อข้าวสารจากชาวนา พร้อมทั้งรวบรวมสิ่งของบริจาค จากผู้ประกอบการและพี่น้องหมวดทางหลวงในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เป็นข้าวสารจำนวน 2 ตันกว่า นอกจากนี้ยังมีอาหารแห้งและอาหารกระป๋องอีกจำนวนหนึ่งด้วย รวมเป็นข้าวที่จัดส่งจำนวน 6 ตันกว่า ซึ่งรถจะออกเดินทางจากแขวงทางหลวงสุรินทร์ ในช่วงบ่ายวันนี้ คาดว่าจะถึงแขวงทางหลวงสงขลาที่ 2 (นาหม่อม) วันจันทร์ที่ 16 ม.ค.60 นี้

2017011400320170114004

นายทวี เวียนไธสง รอง ผอ.แขวงทางหลวงสุรินทร์ กล่าวว่า ตอนนี้ทางภาคใต้ได้เกิดสภาวะน้ำท่วมได้รับความเดือดร้อนหลายที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงที่อยู่ทางใต้ไม่มีโอกาสได้ไปไหนเลย ดูทั้งช่วงเทศกาลปีใหม่และช่วงน้ำท่วมตอนนี้ด้วย โดยทางแขวงทางหลวงสงขลาที่2 (นาหม่อม) ซึ่งเป็นเพื่อนกันได้ประสานส่งเงินมาให้ช่วยซื้อข้าวสาร จากชาวนาจังหวัดสุรินทร์จัดส่งไปให้ เพราะตอนนี้ทางแขวงสงขลากำลังขาดแคลนข้าวสารให้กับผู้ปฏิบัติงาน ก็เลยได้ชักชวนเจ้าหน้าที่ทางแขวงทางหลวงสุรินทร์ ระดมข้าวจากชาวนาสุรินทร์ เป็นโครงการช่วยชาวนา ไปซับน้ำตาชาวใต้ ซึ่งแขวงทางหลวงสงขลา ได้ส่งเงินมาซื้อข้าวสาร ได้จำนวน 4 ตันกว่า ทางแขวงสุรินทร์ก็ได้รวบรวมจากผู้มีจิตศรัทธาและพี่น้องหมวดทางหลวงต่างๆสมทบเพิ่มอีก 2 ตันกว่า รวมทั้งหมดจำนวน 6 ตันกว่า จะนำส่งในวันนี้คาดว่าจะถึงที่หมายประมาณเช้าวันจันทร์ที่ 16 ม.ค.นี้ ตอนนี้ก็ได้แพ็คใส่ถุงเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะส่งให้พี่น้องชาวแขวงทางหลวงสงขลาที่ 2 (นาหม่อม).

ภาพ – ข่าว / ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว

คนสุรินทร์ไม่ทิ้งกัน มอบเงินสดกว่า 30,000 บาท และสิ่งของบรรเทาทุกข์ ให้คุณยายใบ เหตุไฟไหม้บ้าน

คาราวานน้ำใจสายบุญ “ คนสุรินทร์ไม่ทิ้งกัน” มอบเงินสดกว่า 30,000 บาท และสิ่งของบรรเทาทุกข์ ให้กับคุณยายใบ วงศ์สนทรและครอบครัว เนื่องจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านวอด

 

3

วันที่ 8 ม.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชมรมสุรินทร์มิตรติ้งคาร์ นำโดยนายธิณปกาญ วิจันทมุข ประธานชมรมสุรินทร์มิตรติ้งคาร์ และสมาชิกชมรมสุรินทร์มิตรติ้งคาร์ พร้อมด้วย เชฟโรเลต สุรินทร์ ได้นำคาราวานน้ำใจสายบุญ “ คนสุรินทร์ไม่ทิ้งกัน” กว่า 20 คน เดินทางด้วยรถยนต์กะบะกว่า 20 คัน มอบเงินสด และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เพื่อให้การช่วยเหลือเบื้องต้นกับ คุณยายทองใบ วงศ์สุนทร อายุ 59 ชาวบ้านโต๊ะ ต.สะกาด อ.สังขะ จ.สุรินทร์ หลังเพลิงไม้วอดบ้านทั้งหลัง

คุณยายทองใบ วงศ์สุนทร อายุ 59 ชาวบ้านโต๊ะ ต.สะกาด อ.สังขะ จ.สุรินทร์กล่าวว่า ขออวยพรให้ทุกๆคน ร่ำๆรวยๆ ทุกๆคน คุณยายรู้สึกเสียใจที่บ้านของตนไฟไหม้ และรู้สึกดีใจมากๆที่ทุกคนมาช่วยในครั้งนี้

 

 

5

นายธิณปกาญ วิจันทมุข ประธานที่ปรึกษาชมรมสุรินทร์มิตรติ้งคาร์ กล่าวว่า เป็นกิจกรรมทางสังคมและการกุศล ทางชมรม สุรินทร์มิตรติ้งคาร์ ของเราที่ได้จัดมากตลอดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งชมรมมาก็เพื่อเป็นการช่วยเหลือสังคม แล้วแต่วาระโอกาส ตามมติของที่ประชุมของชมรมฯ ว่าจะไปงานไหน หรือใครที่ได้รับความเดือดร้อน ที่มากกว่าหรือสำคัญกว่าเราก็จะจัดการให้ก่อน ก็ช่วยได้เท่าที่เราพอจะช่วยได้ เท่าจำนวนเงินบริจาคในครั้งนี้ 35,110 บาท พร้องข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต

 

%e0%b9%85-1
ด้านธีรยุทธ รังคกูลนุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ เอส ออโตเพลส จำกัด ผู้แทนจำหน่าย รถยนต์ เชฟโรเลต สุรินทร์ กล่าวว่า ทางเชฟโรเลต สุรินทร์ ขอขอบคุณ ทางชมรมสุรินทร์มิตรติ้งคาร์ที่จัดกิจกรรมคาราวานน้ำใจสายบุญ “ คนสุรินทร์ไม่ทิ้งกัน” นับว่าเป็นโครงการที่ดีมากตนมาเห็นสภาพที่บ้านเรือนที่ถูกไฟไหม้ การรวมด้วยช่วยกันในครั้งนี้ ถึงจะเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆ แต่เป็นคุณค่ามหาศาลสำหรับผู้ที่กำลังเดือนร้อน ต้องขอขอบคุณที่มอบโครงการดีๆแบบนี้ พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ และคืนกำไรให้กับสังคมเสมอ

ลุงซานตาครอสใจดี มอบทุนการศึกษา ให้กับ บุตรสาว นายสรวิช ขุมทอง นักจัดรายการวิทยุ-สื่อมวลชน และ แอดมิน ผู้ก่อตั้งเพจ”สุรินทร์วันนี้” ที่กำลัง ป่วยหนัก

ลุงซานตาครอสใจดี… มอบทุนการศึกษานักเรียนแพทย์ 180,000 บาทให้กับ นส.วริษฐา-นส.ณัฏฐา ขุมทอง บุตรสาว นายสรวิช ขุมทอง นักจัดรายการวิทยุ-สื่อมวลชน และ แอดมินผู้ก่อตั้งเพจ”สุรินทร์วันนี้” สื่อน้ำดีที่กำลัง ป่วยหนัก ไตวายระยะสุดท้าย และอีกหลายโรครุมเร้า หมดเงินรักษาตัว!!ครอบครัวไร้ทิศทาง ลูกสาว 2 คน กำลังเรียน แพทย์ปี 4 และทันตแพทย์ ปี 2 ยังมองไม่เห็นอนาคต

เมื่อ วันที่ 22 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุนทร จันทรรังสี ประธานสภาวิชาชีพนักนักสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งชาติ ,กรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พร้อมด้วย นายพิษณุ ธีระกนก บรรณาธิการหนังสือพิมพ์คนอีสาน “โคราชเดลี่” และมูลนิธิอักษรารังสี ได้เดินทางมาที่ บ้านเลขที่ 107/26 ม.22 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายสรวิช ขุมทอง หรือ ดาวเทียม ขุมทอง คนผลิตสื่อคุณภาพ ครบวงจร ในนาม อีซีเครีเอชั่น นักจัดรายการวิทยุชื่อดัง ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ และผู้สื่อข่าว สำนักข่าวทีนิวส์ ประจำ จ.สุรินทร์ บรรณาธิการเวปไซด์ข่าว สุรินทร์โพสต์ และแอดมิน ก่อตั้ง เพจ “สุรินทร์วันนี้” เปรียบเสมือน ซานตาครอส คุณลุงใจดีแห่ง วันคริสต์มาส มาช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

เพื่อให้การช่วยเหลือเพื่อนร่วมวิชาชีพสื่อมวลชนด้วยกัน แม้ไม่เคยรู้จักและพบหน้าตากันมาก่อนก็ตาม ทั้งนี้หลังจาก นายสรวิช ขุมทอง ได้เกิดล้มศีรษะฟาดพื้น ภายในห้องนอน ต้องเข้ารักษาภายในห้อง ICU กว่าหนึ่งเดือนที่โรงพยาบาลสุรินทร์ และปัจจุบันได้กับมาฟักฟื้น รักษาตัวอยู่ที่บ้านพัก ซึ่งขณะนี้ทางครอบครัว กำลังได้รับความลำบาก เนื่องจากเสาหลักของครอบครัว คือ นายสรวิช ขุมทอง มีอาการเจ็บป่วยหลายโรครุมเร้า ทั้ง หลอดเลือดใหญ่ในเส้นสมองตีบ เบาหวาน ไตวายระยะสุดท้าย อัมพฤตครึ่งตัว และพูดไม่ชัด ทำงานไม่ได้มานานกว่า 6 เดือนแล้ว และไม่มีเงินส่งเสียลูกสาว 2 คนคือ นางสาววริษฐา ขุมทอง (น้องฟ้า) เรียนคณะแพทย์ ปี 4 มหาวิทยาลัยมหิดล ขณะนี้กำลังฝึกงานที่โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา และนางสาวณัฏฐา ขุมทอง (น้องพลอย) เรียนคณะ ทันตแพทย์ ปี 2 มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์ ยังมองไม่เห็นอนาคต

 

4
ซึ่ง ในวันที่ 22 ธ.ค.59 นายสุนทร จันทรรังสี ประธานสภาวิชาชีพนักนักหนังสือสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งชาติ ,กรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พร้อมด้วย นายพิษณุ ธีระกนก บรรณาธิการหนังสือพิมพ์คนอีสาน “โคราชเดลี่” และมูลนิธิอักษรารังสี ได้มอบทุนการศึกษานักเรียนแพทย์ 180,000 บาทให้กับ นส.วริษฐา-นส.ณัฏฐา ขุมทอง บุตรสาว นายสรวิช ขุมทอง โดยจะเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร เดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 ปีเต็ม พร้อมรับปากช่วยเหลือด้วยการติดต่อขอทุนการศึกษาจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ใจบุญ จนกว่าจะสำเร็จการศึกษาทั้ง 2 คน เพื่อเป็นแพทย์ และทันตแพทย์ รับใช้สังคม ประเทศชาติต่อไป

นายสรวิช ขุมทอง หรือ ดาวเทียม ขุมทอง กล่าวว่า ทุกวันนี้ตนเป็นห่วงแต่ลูกสาว 2 คน ที่กำลัง เรียน ปี 4 คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล และคนสุดท้อง กำลังเรียน ปี 2 คณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วอนผู้ใจบุญหรือผู้ใหญ่ใจดีช่วยรับอุปการะ มอบทุนการศึกษาให้ลูกสาวทั้ง 2 คนด้วย

นางสาววริษฐา ขุมทอง (น้องฟ้า) นักศึกษา คณะแพทย์ ปี 4 มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ต้องขอบพระคุณมากๆที่ทางมูลนิธิมูลนิธิอักษรารังสี และท่าน สุนทร จันทรรังสี ประธานสภาวิชาชีพนักนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งชาติ ,กรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ,คุณพิษณุ ธีระกนก บรรณาธิการหนังสือพิมพ์คนอีสาน “โคราชเดลี่” การได้รับโอกาสที่ดีในวันนี้ ทำให้ตนและน้องสาว จะได้มีโอกาสเรียนจบเป็นแพทย์ในอนาคต และจะได้กลับมาช่วยเหลือคนต่อไป ยินดีมากๆที่ได้รับโอกาสแบบนี้และจะตั้งใจเรียน

ด้าน นายสุนทร จันทรรังสี ประธานสภาวิชาชีพนักนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งชาติ ,กรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าเราไม่เคยรู้จักหน้า และไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เมื่อได้ทราบข่าวทางสภาวิชาชีพนักนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งชาติ ซึ่งมีกรรมอยู่ทั่ว 4 ภาค ในประเทศไทย ได้ประชุมและพิจารณาลงความเห็นว่า ทางสภาวิชาชีพนักนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งชาติ ต้องอนุมัติเงินเพื่อช่วยเหลือ จึงนำเรื่องเสนอต่อมูลนิธิอักษรารังสี โดยตั้งขอทุนสนับสนุน เป็นเงินเดือนละ 5,000 บาท ซึ่งจะโอนเข้าบัญชีธนาคารทุกๆวันที่ 5 ของเดือน เป็นเวลา 36 เดือนเป็นเงิน 180,000 บาท ซึ่งได้รับการอนุมัติจากมูลนิธิอักษรารังสี เรียบร้อยแล้ว ตนเชื่อว่าจะมีผู้มีจิตอันเป็นกุศลทั้งหลายคงจะหนุนเนื่องกันมา เพื่อแพทย์ในอนาคตทั้ง 2 คนของเรานี้ มีจิตใจที่จะต่อสู้เพื่อประชาชนต่อไป

สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธาช่วยเหลือครอบครัว นายสรวิช ขุมทอง และประสงค์ มอบทุนการศึกษาสามารถบริจาคมาได้ที่ บัญชี นายสรวิช ขุมทอง ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สาขาสุรินทร์ เลขที่ 5592291117 หรือ ที่หมายเลข โทรศัพท์ 081-9553661

คณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียนโรงเรียนอนุบาลรัตนบุรี กว่า 1,000 ชีวิต พร้อมใจร่วมแปรอักษร เลข 9 ไทย ล้อมกรอบด้วยรูปหัวใจ

สุดประทับใจ.. กรรมการสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียนโรงเรียนอนุบาลรัตนบุรี กว่า 1,000 ชีวิต พร้อมใจร่วมแปรอักษร เลข 9 ไทย ล้อมกรอบด้วยรูปหัวใจ ถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เมื่อ วันที่ 11 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.30 น.ที่บริเวณหน้าเสาธง โรงเรียนอนุบาลรัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ กรรมการสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลรัตนบุรี, นายบุญรักษ์ หงษ์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบลรัตนบุรี คณะผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนของโรงเรียนเมืองอนุบาลรัตนบุรี กว่า 1,000 คน พร้อมใจกัน แสดงความจงรักภักดีถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายบุญรักษ์ หงษ์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบลรัตนบุรี นำกล่าวคำถวายความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ยืนสงบนิ่ง 9 นาที ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงพระราชนิพจน์ ใกล้รุ่ง และพร้อมใจกันร่วมแปรตัวอักษร เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สัญลักษณ์ตัวเลข 9 ไทย เป็นการแสดงความอาลัย ภายในกรอบหัวใจรูปสีขาว และ สีดำ ที่ความสวยงาม และเรียบง่ายในแบบฉบับ ของพสกนิกรผู้ต้องการแสดงออก ถึงความจงรักภักดีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อแสดงให้เห็นว่า พระองค์จะสถิตอยู่ในใจของพสกนิกรตลอดนิจนิรันดร์

 

1
โดยคณะกรรมการบริการสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียน โรงเรียนอนุบาลรัตนบุรีจะยึดมั่น และปฏิญาณตนในการน้อมนำหลักคำสอน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในการอบรมสั่งสอนและมอบความรู้ให้กับนักเรียน ซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติให้เป็นคนดีของครอบครัวสังคมและประเทศชาติต่อไป

นายบุญรักษ์ หงษ์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบลรัตนบุรี กล่าวว่า วันนี้ทางคณะครู บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนคณะกรรมการสถานศึกษา และคณะผู้ปกครองโรงเรียนอนุบลรัตนบุรี ไม่มีโอกาสได้เดินทางไปถวายอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ จึงพร้อมใจกันจัดกิจกรรม แปรอักษร เลข 9 ไทย ล้อมกรอบด้วยรูปหัวใจ สีขาว และแปรอักษร อนุยบาลรัตนบุรี เพื่อถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช