คลิป สำนักข่าวทีนิวส์ จัดอบรม เสริมเขี้ยว..ให้เหยี่ยวข่าวเมืองช้าง

สำนักข่าว TNEWS จัดอบรม “เหยี่ยวข่าว TNEWS”รุ่นแรก ที่ จังหวัดสุรินทร์

 

สำนักข่าวทีนิวส์ จัดอบรม เสริมเขี้ยว..ให้เหยี่ยวข่าวเมืองช้าง

เมื่อ วันที่ 28 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 3 สำนักงานสหกรณ์ ออมทัพย์ครูสุรินทร์ จำกัด ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ พล.ต.ต.ฉลอง ภาคย์ภิญโญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ประธานเปิดการฝึกอบรม “เหยี่ยวข่าว TNEWS” จังหวัดสุรินทร์ รุ่นที่ 1 โดยนายชูชัย ดำรงสันติสุข หัวหน้าศูนย์ข่าว TNEWS จังหวัดสุรินทร์ กล่าวต้อนรับ ผู้เข้าอบรมฯ กว่า 100 คน ที่เดินทางมาจาก จังหวัดเขตอีสานใต้ และทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย มีนายอุดร แสงอรุณ บรรณาธิการข่าวภูมิภาค สำนักข่าว TNEWS กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดฝึกอบรมครั้งนี้ เพื่อสร้างนักสื่อสารชุมชน โครงการสร้างเครือข่าย “เหยี่ยวข่าว TNEWS” ครบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยใช้หลักสูตรเร่งรัด 1 วัน โดยสอนด้านทฤษฏี วิชาการ และการลงพื้นที่ปฏิบัติจริง ณ สนามข่าว

ทั้งนี้ นายอิทธิพล กาวรรณธง หัวหน้าข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ และ นายอุดร แสงอรุณ บรรณาธิการข่าว สำนักข่าว ทีนิวส์ ทำหน้าที่วิทยากรอบรมให้ความรู้ หลักการทำข่าว ผสมผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพียงใช้โทรศัพท์มือถือที่มีอยู่แล้ว ถ่ายภาพ ตัดต่อ และเขียนข่าว ดุจสายเหยี่ยวในการสอดส่องเป็นหูเป็นตา และสามรถส่งภาพ ข่าว เข้าสู่ระบบต่างๆของ สำนักข่าวTNEWS ได้อย่างถูกต้อง รอบด้าน และรวดเร็ว ทันสถานการณ์ และเรียนรู้ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ก่อนการนำเหยี่ยวข่าวกว่า 100 ชีวิต ลงพื้นที่ ฝึกปฏิบัติงานจริง กรณีถนนเจ้าปัญหา สายสุรินทร์ –จอมพระ กระทั้งหน่วยงานผู้รับผิดชอบได้ออกมาชี้แจง พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนแล้ว
นายภูสิทธิ์ พสุธาเมตต์กิติกุล ผู้เข้าอบรม“เหยี่ยวข่าว TNEWS”รุ่นแรกของจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ตนเป็นคนที่ชอบอ่านข่าว และชอบเขียนเรื่องราว ข่าวสาร ลงเฟสบุ๊คทุกวัน และทำงานช่วยเหลือสังคมอยู่แล้ว พอดีทราบข่าวจากน้องที่หน่วยกู้ภัยอำเภอรัตนบุรี ก็ขอแจ้งชื่อและเข้ามาอบรมในวันนี้ หลังจากได้รับความรู้เบื้องต้นด้านการทำข่าวแล้ว จะกลับไปต่อยอดการ ถ่ายภาพทำข่าว เขียนข่าว ที่มีหลักการมากขึ้นและส่งเข้าขึ้นตรงกับสำนักข่าว TNEWS เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชุนเท่าที่ความสามารถจะทำได้ และหากมีอะไรติดขัดหรือยังไม่เข้าใจ ก็จะสอบถามทีมกองบรรณาธิการสำนักข่าว TNEWS ต่อไป

นายสุทธิ บุญทัน ผู้เข้าอบรม“เหยี่ยวข่าว TNEWS”รุ่นแรกของจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ได้รับประโยชน์จากการเป็นเหยี่ยวข่าว TNEWS เมื่อได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากชาวบ้านในพื้นที่ ก็จะปากและกระบอกเสียงแทนชาวบ้านได้ โดยการลงพื้นที่ทำข่าว เพื่อส่งให้สำนักข่าว TNEWS นำเสนอข่าว ช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

 

13619854_512704145603805_3491229130441902588_n

นายชูชัย ดำรงสันติสุข หัวหน้าศูนย์ข่าว TNEWS จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า นับแต่นี้ไปจะทำหน้าที่ เพื่อให้สมาชิก “เหยี่ยวข่าว TNEWS” นำเสนอข่าว พร้อมร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชน พอทางศูนย์ข่าว TNEWS จังหวัดสุรินทร์ ได้รับเรื่องร้องเรียนมาก็จะลงพื้นที่ทำข่าว เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

ด้าน นายอุดร แสงอรุณ บรรณาธิการข่าวภูมิภาค สำนักข่าว TNEWS กล่าวว่า ขอบคุณพี่โจ้ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวTNEWS ประจำ จ.สุรินทร์ นโยบายของผู้บริหาร สำนักข่าวTNEWS ต้องการสร้างเครือข่าย นักสื่อสารชุมชน โดยเฉพาะการอบรม เหยี่ยวข่าว TNEWS ที่ จ.สุรินทร์ ในวันนี้มีหลายภาคส่วนเข้ารับการอบรม ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย องค์กรการกุศล ประชาชน ทราบว่าเดินทางมาจากหลายจังหวัด อาทิ จ.บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ปราจีนบุรีฯลฯ รวมไปถึงพี่น้องที่ จ.สุรินทร์ด้วย วันนี้อบรมเข้ม 1 วันเต็ม ภาคเช้า ทฤษฏี ภาคบ่าย ภาคปฏิบัติจริง ประสบการที่ได้แม้จะด้วยระยะเวลาอันสั้น ตนคิดว่า เหยี่ยวข่าวTNEWS ทุกๆคน สามารถนำเอาหลักการ ทำข่าว เขียนข่าว จากการลงพื้นที่หาข้อมูลจริงๆมาเติมเต็มให้กับเหยี่ยวข่าวทุกท่าน สำคัญยิ่งคือการมีจรรยาบรรณสื่อมวลชน และกฏหมายต่างๆที่จะมาควบคู่กับการเผยแพร่ข่าวสาร ทางอินเตอร์เน็ท วันนี้ถือว่า ต้องขอบคุณ เหยี่ยวข่าว และบุคคลที่ให้ความสนใจ ตนหวังว่าความรู้ที่ได้รับในวันนี้ จะสามารถนำไปปรับใช้งาน ในชีวิตประจำวันของตนเอง และสามารถนำมาใช้งานด้านงานข่าว ในอนาคตก็อาจจะได้เป็นนักข่าวมืออาชีพจริงๆก็ได้ในอนาคต

เหิม!ชาวกัมพูชาลักลอบตัดไม้พะยูง ชายแดน จ.สุรินทร์

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.59 เวลา 15.00 น. ที่ผ่านมา สายตรวจฯเขตฯ,หน่วยฯช่องจอม,ตร.กก.สืบสวน ภ.จว.สุรินทร์และ ร้อย ทพ.2608,ชุด ชป.ป่าไม้สี่แยกบ้านสนวนและฝ่ายปกครอง อ.กาบเชิงได้ร่วมกันจับกุมชายกัมพูชา นายซม เขมา อายุ 27 ปี บ้านโคกสนูน ต.โคกโดง อ.อังโกจุม จ.เสียมเรียบและนายปรม เสรือน อายุ 55 ปี บ้านจรึง ต.โกนเกรียน อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย พร้อมด้วยของกลางและอุปกรณ์ในการกระทำผิด ได้แก่
1.ไม้พะยูง จำนวน 8 ท่อน ปริมาตร 0.275 ลบ.ม.
2.เรือท้องแบน จำนวน 1 ลำ
3.เลื่อยตัด จำนวน 1 ปื้น
4.เลื่อยลัรดา จำนวน 3 ปื้น
5.ไม้พายเรือ จำนวน 2 อัน
ที่เกิดเหตุ ป่าทิศใต้อ่างเก็บน้ำห้วยด่าน ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พิกัด 48P 0362324E 1594049N (Indian Thailand 1975) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญและป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายห้วยทับทันแปลงที่สาม เจ้าหน้าที่ บันทึกเรื่องราวควบคุมตัวคนร้ายนำส่ง พงส.สภ.กาบเชิง เพื่อดำเนินคดี ต่อไป ทั้งนี้ ไม้พะยูงของกลางและอุปกรณ์การหระทำผิดนำไปเก็บรักษาไว้ที่ สนง.ขสป.ห้วยทับทันฯแล้ว

คนร้ายกระชากสร้อย กลางเมืองสุรินทร์ ตำรวจเร่งไล่ล่า!!

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ปรากฏว่า สื่อสังคมโลกออนไลน์ โซเซียลมีเดีย จังหวัดสุรินทร์ หลายเพจ โดยเฉพาะ เพจ “สุรินทร์วันนี้” ได้มีการแชร์ ลักษณะเตือนภัยสังคม ข้อความว่า “เปิดภาพวงจรปิด คนร้ายกระชากสร้อย หน้าร้านโยพาณิชย์ เยื้องเทศบาลเมืองสุรินทร์ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา” และมีการแชร์ คลิปภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ที่จับภาพคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ จำนวน 2 คน ได้อย่างเช่นเจน ขณะก่อเหตุ คนร้ายสวมหมวกกันน็อก เพื่ออับพรางใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่น โซกุน สีน้ำเงิน ไม่ปิดแผ่นป้ายทะเบียน มาดักรอเหยื่อ ที่กำลังขนของขึ้นรถสามล้อปั่น และอาศัยทีเผลอวิ่งราวทรัพย์ ด้วยการกระชากสร้อยคอทองคำ แล้วหลบหลีไปอย่างลอยนวล

ผู้สื่อข่าวรุตรวจสอบ พื้นที่เกิดเหตุ ตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าว บริเวณด้านร้านโยพาณิชย์ (เยื้องเทศบาลเมืองสุรินทร์) เลขที่ 91 ถนนกรุงศรีใน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งกล้องวีดีโอวงจรปิดของร้านโยพาณิช บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะคนร้ายก่อเหตุได้ทั้งหมด และสอบถามพยานที่เหตุดหตุการณ์ ทราบว่า วันที่เกิดเหตุ ตรงกับวันที่ 22 ก.ค.59 เวลาประมาณ 13.43 น. คนงานร้านโยพาณิชย์ กำลังช่วยขนสินค้า เป็นกล่องมีลิ้นชั้นสำหรับเก็บของ 2 หลัง และเก้าอี้พลาสิก 1 ตัว เพื่อให้ลูกค้าซึ่งเป็นผู้หญิง วัยกลางคน สวมชุดเสื้อ กระโปรงยีนส์ สีน้ำเงิน สวมหมวกกันน็อก เรียกรถสามล้อมาช่วยขนของกลับบ้าน พอช่วงเวลา 13.44 น.คนร้ายได้อาศัยทีเผลอ จู่โจมมาด้านหลังผู้หญิงคนดังกล่าว ก่อนทำการกระชากสร้อยคอทองคำ แล้วพากันขับ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่น โซกุน สีน้ำเงิน ไม่ปิดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่ พ.ต.ท.พงศ์พิพัฒน์ เหิมฉลาด รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ได้เร่งประมวลภาพจากกล้องวงจรปิด ต่างๆทั่วเขต เทศบาลเมืองสุรินทร์ พร้อมเชิญผู้เสียหาย คือ นางสาวพิศมัย จงธรรม์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 292/11 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เข้ามาชี้ตัวจากภาพกล้องวีดีโอวงจรปิด พร้อมยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุจริง จากภาพที่ปรากฏ คาดว่า สามารถจับตุวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ในเร็ววันนี้

เจ้าของร้านขายไข่ ข้างร้านโยพาณิชย์ กล่าวว่า คนร้ายมาจอดอยู่ตรงข้ามซาเล้ง ตนไปนั่งดูทีวีช่วงบ่าย ขณะนั้นลุกน้องก็พากันออกไปส่งของกันหมด คนร้ายใส่หมวกกันน็อกปิดหน้า ตนเห็นหน้าไม่ชัดเพราะนั่งอยู่ข้างในร้าน ผู้หญิงที่ถูกกระชากสร้อยคอทองคำไป ก็ไม่กล้าร้องให้คนช่วย เพราะคนร้ายทั้ง 2 คนตัวใหญ่มาก
พนักงานร้าน โยพาณิชย์ กล่าวว่า เห้นป้าที่ถูกกระชากสร้อยคอทองคำหนักประมาณ 50 สตางค์ บอกว่าแกจะไม่แจ้งความ กลัวคนร้าย มีปืน มีอะไร จะกลับมาทำร้ายอีก ผู้เสียหายอยู่ในเมืองสุรินทร์ มาซื้อของที่ร้านเป็นประจำ ชอบมารถจักรยานยนต์พอของใหญ่แกเอาไปไม่ได้ก็จ้างรถสามล้อมาขนเอาไป สร้อยข้อมือทองคำคนร้ายเอาไปไม่ได้

นางสาวพิศมัย จงธรรม์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 292/11 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนไม่กล้าใส่ทองออกนอกบ้านเเล้วกลัวมาก คนร้ายกระชากสร้อยคอทองคำ และพระหลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง วันเกิดเหตุตนแจ้ง 191 ตำรวจสายตรวจ ตำรวจเฝ้าร้านทองแถวๆนั้นก็มา หลังได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสาร ถือว่ามาไว หลังเกิดเหตุตนวิ่งตามคนร้ายนิดหนึ่ง กล้าๆกลัวๆเพราะมาขางหลัง

เหตุเกิดช่วงบ่ายโมงกว่าๆ เกือบบ่ายสอง ตนไปซื้อของที่ร้านโยพาณิชย์รอบหนึ่งแล้ว กลับมาซื้ออีกรอบ ช่วงที่คนร้ายเข้ามากระชากสร้อย ตนหันหลังอยู่โดยไม่รู้สึกตัว มีความรู้สึกเหมือนใครมายืนอยู่ใกล้ๆ ลักษณะประชิดตัว แล้วเอามือมาปัดผมแล้วลากมือเพื่อกำสายสร้อยแล้วกระชากออกไปอย่างแรง จนสร้อยขาดออกจากคอ ตนไม่แน่ใจว่าสร้อยคอทองคำที่ใส่วันเกิดเหตุหนัก 50 สตางค์ หรือ 1 บาท เพราะมีอยู่ 2 เส้น จำไม่ได้ว่าใส่เส้นไหน

ฝากเตือนว่า ทำอะไรอย่าเผลอ ต้องมีสติตลอด ที่โดนเพราะไม่ได้ทันสังเกตว่า รอบข้างมีอะไร เพราะความเคยชิน เหมือนปกติ เผลอเรอไม่ได้ระวังตัว สำหรับผู้หญิงถ้าไม่จำเป็นก็ขอเตือนไม่ควรใส่ทองคำ หรือของมีค่าออกจากบ้าน ตนไม่ยึดติดเฟอร์นิเจอร์มีค่าอะไร แต่ติดพระหลวงปู่ทวด เลี่ยมทอง ที่คุณแม่ให้มาประเมินมูลค่าไม่ได้

เกาะติดชีวิต… ครูอินดี้ เมืองช้าง หลังโซเซียลแชร์กระหน่ำ คลิปครูสอนคณิตศาสตร์ ลีลาเด็ด สุดมันส์ เร้าใจ!!

เกาะติดชีวิต… ครูอินดี้ เมืองช้าง หลังโซเซียลแชร์กระหน่ำ คลิปครูสอนคณิตศาสตร์ ลีลาเด็ด สุดมันส์ เร้าใจ กระตุ้นนักเรียนสนใจวิชาน่าเบื่อ สไตล์ อ.เฉลิมชัย

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสังคมออนไลน์พากันชื่นชม ครูสอนคณิตศาสตร์ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ ที่สอนนักเรียนโดยใช้สไตล์ของ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ โดยการสอนดังกล่าว ทำให้เด็กนักเรียนมีความเข้าใจและอยากมีส่วนร่วมกับการเรียนมากยิ่งขึ้น

 

IMG_9156_resize

*ภาพ นายทรงวุฒิ รุ่งวิริยะชัย หรือ ครูจักร เคยเป็น อดีตนักร้องนำ วงรามสูร สังกัด ค่าย โซนี่มิวสิค เคยผ่านเวทีการประกวดวงสตริง ระดับประเทศมาแล้วมากมาย รุ่นเดียวกับ วงไอน้ำ
ปัจจุบัน รับราชการครู สอนวิชาดนตรี ศิลปะ และช่วยสอนวิชาคณิตศาสตร์ เป็นเวลา 3 เดือน หลังครูหลัดลาคลอดบุตร ของโรงเรียนบ้านพระแก้ว อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก รายหนึ่ง ได้นำมาโพสต์ลงในสังคมออนไลน์ โดยมีลักษณะการสอนที่ไม่น่าเบื่อ อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจในการเรียนให้กับนักเรียนเป็นอย่างมาก

ซึ่งก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงลีลาในการสอนลักษณะของนายคุณครูทรงวุฒิ ว่าคล้ายกับ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติผู้สร้างวัดร่องขุ่น เป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รุดเดินทางไปยัง โรงเรียนบ้านพระแก้ว อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่ง เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สอนระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ปีที่ 3 และเป็นโรงเรียนประจำตำบลขนาดใหญ่ มีบุคคลากรครู 28 คน มีนักเรียนกว่า 500 คน อยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองสุรินทร์ ประมาณ 57 กม. เพื่อ เกาะติดชีวิตจริง ครูอินดี้รายนี้ ที่กำลังสอนวิชาดนตรี หลากหลายชนิด อย่างสนุกสนาน ให้กับนักเรียน ชั้น ป.6 ซึ่งนักเรียนล้วนให้การสนใจเรียนกันเป็นอย่างดี เพราะครูจักร มีสไตล์การสอนที่ไม่ธรรมดา และไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ครูจักร ยังสอนเด็กตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ไปจนถึงจนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยลีลาการสอนคณิตศาสตร์ แบบคิดเร็ว เป็นกันเองอย่างสนุกสนาน ทำให้นักเรียนกล้าคิด กล้าแสดงออก ไม่เครียด ตลอดชั่วโมงการเรียนคณิตศาสตร์ นักเรียนได้รับรู้หลัก การคิดคณิตศาสตร์ อย่างรวดเร็ว และนักได้มีส่วนร่วมในการแสดงออก สามารถคูณเลขหลักล้าน ได้อย่างถูกต้องแม่นยำในเวลาอันรวดเร็ว

IMG_9130_resize

คุณครูฝ่ายวิชาการ จัดให้ตนมาช่วยสอนเสริมวิชาคณิตศาสตร์แทน ตอนคิดวิธีการสอนคณิตศาสตร์มาจากใจ เป็นการผสมศาสตร์แนวอินดี้ อาร์ทคอ มาผสมผสานกัน เพื่อให้ไม่น่าเบื่อ สอนกันแบบสนุกและฮาไปด้วยเข้าใจง่าย ตนไม่รู้ว่าใครนำคลิปไปแชร์ในโซเซียล มารู้อีกที่ตอนไปเที่ยวช่วงวันหยุดกับกลุ่มเพื่อนๆนักดนตรีวงรามสูร ตนเคยทำอัลบั้ม วงรามสูร สังกัดค่ายโซนี่มิวสิค พอมาเป็นข้าราชการครู ผลงานเพลงก็เงียบๆไป ตอนทำอัลบั้มก็เคยเข้าชิงสีสันออวร์ด เมื่อปี 2553 ได้เข้าชิง 4 รางวัล เพลงร็อคยอมเยี่ยม เพลงหน้าใหม่ นักร้องยอดเยี่ยม เเต่ก็พลาดรางวัล

นายธรรมนูญ บุญงอก ผอ.โรงเรียนบ้านพระแก้ว กล่าวว่า โรงเรียนบ้านพระแก้ว เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สอนระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ปีที่ 3 และเป็นโรงเรียนประจำตำบลขนาดใหญ่ มีบุคคลากรครู 28 คน มีนักเรียนกว่า 500 คน

คุณครูทรงวุฒิ เป็นครูในกลุ่มสาระ ศิลปะ ดนตรี ภาระงานที่คุณครูทรงวุฒิได้รับมอบหมาย เพิ่มเติมคือการ สอนเสริมวิชาคณิตศาสตร์ นอกเนืองจากวิชา ดนตร ศิลปะ ที่รับผิดชอบ ต้องขอบคุณคุณครูทรงวุมฺ ที่ได้คิดค้น เทคนิค วิธีการสอนใหม่ๆ ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่ของคุณครูอยู่แล้ว ย่อมพัฒนางานการสอนของตนเอง คือการจ้ดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างไร ให้เด็กนักเรียนสนใจ มีความกระตือรือล้น และชื่นชอบ ในวิชานั้น ผลการดำเนินงาน เด้กนักเรียนมีความชื่นชอบ ในวิชาคณิตศาสตร์ ตนมั่นใจว่าเทคนิคนี้ น่าจะยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ขึ้นได้เป็นอย่างดี

กะบะซิ่งฝ่าสายฝนกระหน่ำเสียหลัก พุ่งประสานงานรถทัวร์ สายศรีสะเกษ-กรุงเทพ ถูกอัดก็อปปี้ตายคาพวงมาลัย 1 เจ็บ 2

เมื่อเวลา 22.55 น.ของคืนวันที่ 20 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ศูนย์นเรนทรสุรินทร์ (1669)รับแจ้งอุบัติเหตุ รถกระบะ ชนกับรถทัวร์บริเวณถนนสาย สุรินทร์-ศีขรภูมิ บริเวณบ้านบุทม ต.เมืองที อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีผู้บาดเจ็บและคนขับรถกะบะถูกอัดก็อปปี้ติดพวงมาลัย จึงวิทยุประสาน พ.ต.ท.สมยศ วงษ์สุรินทร์ พนักงานสอบ สภ.เมืองที ทราบและประสาน หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ และสมาคมวี อาร์ กู้ชีพสุรินทร์ นำเครื่องตัดถ่างเข้าช่วยเหลือ
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมีกซ์ สีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน บต 1754 สุรินทร์ ชนกับรถทัวร์ ปรับอากาศ ของบริษัทขนส่งจำกัด(บขส.) สี ขาว ส้ม น้ำเงิน เลขข้างตัวรถ ม.4(ค) 942-1820 หมายเลขทะเบียน 15-2761 กรุงเทพมหานคร สายศรีสะเกษ-กรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่สมาคม วีอาร์ กู้ชีพสุรินทร์ ได้ใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง เพื่อช่วยเหลือ คนขับรถยนต์กะบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมีกซ์ สีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน บต 1754 สุรินทร์ ที่เสียชีวิตคาที่เนื่องจากถูกชนประสานงาอย่างจัง ลักษณะถูกอัดก็อปปี้กัยชน เครื่องยนต์ ยุบติดกับพวงมาลัย ต้องใช้เวลากว่า 30 นาที กว่าจะนำร่างออกมาจากตัวรถได้ ทราบชื่อต่อมาภายหลัง คือ นายเมียน บุญเสริม อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 ม.3 ต.หมื่นศรี อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์

ถัดออกมาเพียง 3 เมตร พบรถทัวร์ ปรับอากาศ ของบริษัทขนส่งจำกัด(บขส.) สี ขาว ส้ม น้ำเงิน เลขข้างตัวรถ ม.4(ค) 942-1820 หมายเลขทะเบียน 15-2761 กรุงเทพมหานคร ถูกชนอย่างจัง สภาพยับด้านขวา ฝั่ง พวงมาลัยคนขับ สภาพรถทัวร์หวิดเสียหลัก ตกข้างทาง มีร่อยรอยการเบรคกะทันหันยาวกว่า 5 เมตร เศษกระจก คราบน้ำมันเกลื่อนถนน ท่ามกลางความตกใจของผู้โดยสารที่เดินทางมาเต็มคันรถทัวร์ พบผู้โดยสารได้บาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน ศีรษะแตก และขาหัก หน่วยกู้ภัยสุรินทร์นำส่งโรงพยาบาดสุรินทร์

นายศรีไพร ลุนสิงห์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 ม.1 ต.น้ำเกลี้ยง อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ผู้โดยสารมากับรถทัวร์ เปิดเผยว่า ตนนั่งอยู่เบาะผู้โดยสารแถวที่ 2 กำลังหลับอยู่ ขณะเกิดเหตุได้ยินคนขับรถทัวร์ร้องเสียงดัง สักพักได้ยินเสียงชนดังตูม ขณะเกิดเหตุตนรู้สึกตกใจนิดหน่อย ตนกำลังเดินทางไป สถานีขนส่งหมอชิต กรุงเทพฯโชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไร ผู้โดยสารที่มากับรถทัวร์ก็ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

นายเบญจชัย แซ่อึง อายุ 59 ปี พนักงานขับรถทัวร์ คนที่ 2 กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่ ได้ยินเสียงตูมอย่างจัง พอตื่นมาก็เห็นรถทัวร์กำลังจะลงถนนอยู่แล้ว คนขับก็พยายามประคองรถเอาไว้ มีคนนั่งหน้ารถทัวร์ หัวแตก และเจ็บเข่าคนหนึ่ง

ภายหลังการสอบสวน ทราบว่า ผู้โดยสารที่นั่งมากับรถบัสคันดังกล่าว เผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทาง จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุที่เป็นถนน 2 เลนสวนกัน รถกะบะประสานงาเข้ากับรถทัวร์ที่ขับสวนมาอย่างจัง จนทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องรอสอบปากคำพนักงานขับรถบัสโดยสารอย่างละเอียดอีกครั้ง และพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด อีกครั้งเพื่อให้ทราบข้อเท็จ และแจ้งญาติผู้เสียชีวิตมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนา ก่อนจะดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

วันแม่ นี้ ตัดองุ่น สดจากไร่ เพ ลา เพลิน บุรีรัมย์

กิจกรรมวันแม่
ตัดองุ่น สดจากไร่ เพ ลา เพลิน บุรีรัมย์
พิเศษ คู่แม่ลูกควงคู่กันมาตัดองุ่น ลุ้นทำไอศครีมเจลาโต้ร่วมกัน 12 สค.
**เฉพาะวันที่ 12-14 สิงหาคมนี้ แพคเกจ Mother’s Day เที่ยวแพคคู่ 2 วัน 1 คืน ราคา 1,499 บาท

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

• ควงคู่พักโรงแรม Yhe Naturalist เพ ลา เพลิน
• กิจกรรมชมทุ่งกระเจียว และอุทยานไม้ดอก
• บุกไร่องุ่น ตัดองุ่นสดๆ จากไร่ ฟรี!!!
• ร่วมกิจกรรมWork shop ทำไอศครีมเจลาโต้
• ดินเนอร์อาหารค่ำ พิเศษจากเชฟมืออาชีพ

ทั้งหมดนี้ 2 วัน 1 คืน ราคา 1,499 บาท
จองด่วน!!!! โทร 044-634736-8 จำนวนจำกัด!!!!!
สำรองวันนี้ จนถึง 5 สค. 59 เพ ลา เพลิน บุรีรัมย์
ฟรี!!! ร่มกันฝนเก๋ สำหรับลูกค้าใช้ผ่านบัตร KTC

 

S__5955652

ราชภัฏสุรินทร์ ยังคงมีการเรียนการสอนตามปกติ หลัง คสช.ใช้ มาตรา 44 ชี้กรรมการสภาฯ และผู้บริหารชุดใหม่ ไม่ควรเป็นคู่ขัดแย้ง!!

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ยังคงมีการเรียนการสอนตามปกติ หลัง คสช.ใช้ มาตรา 44 ชี้กรรมการสภาฯ และผู้บริหารชุดใหม่ ไม่ควรเป็นคู่ขัดแย้ง!!

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จ.สุรินทร์ บรรยากาศยังมีการเรียนการสอนตามปกติ หลังจากที่ พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีคำสั่งที่ 39/2559 มีผลบังคับใช้กับมหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยเอกชน และมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงอื่น ๆ โดยให้อำนาจคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) สามารถเข้าไปตรวจสอบมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ที่มีปัญหาความขัดแย้งในเรื่องธรรมาภิบาล การแต่งตั้งของสภามหาวิทยาลัย นายกสภาฯ คณะกรรมการสภาฯ และอธิการบดี ตลอดจนมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาเปิดหลักสูตรเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ หรือการจัดการเรียนการสอนที่ไม่มีคุณภาพได้ โดยไม่ติดขัดในข้อกฎหมาย

โดยคำสั่งดังกล่าว มีผลบังคับใช้โดยทันที กับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ (ม.รภ.สุรินทร์) และมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ที่มีความขัดแย้งมายาวนาน จากกรณีการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัย นายกสภามหาวิทยาลัย และผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี

อ.รัชดา ธนูศิลป์ อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ และกรรมการสภามหาวิทยาลัย (ผู้แทนคณาจารย์) ม.รภ.สุรินทร์ กล่าวว่า ม.44 เรื่องนี้ไม่มีผลกระทบกับคณาจารย์ จะกระทบเฉพาะฝ่ายผู้บริหารและสภามหาวิทยาลัยเท่านั้น ทีนี้ส่วนการที่จะอยู่หรือจะไป จะยุติบทบาทหน้าที่หรือจะยังคงอยู่ก็ขึ้นอยู่กับคำสั่งของกรรมการที่จะมีคำสั่งออกมา

ด้าน ดร.อัครเดช สุพรรณฝ่าย รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภา กล่าวว่า มูลเหตุสำคัญที่ คสช.ใช้ ม. 44 มาจากความเห็นต่างระหว่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ โดยสภามหาวิทยาลัย กับ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ใน 3 เรื่อง คือ การเสนอชื่ออธิการบดี เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ซึ่งสภาฯ ส่งไปแล้วร่วม 7 ปี สกอ. ก็ยังไม่ดำเนินการ ด้วยเหตุผลว่ามีผู้ร้องเรียน มีความเห็นในข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งสิ้นสุดที่ศาลปกครองแล้ว
เรื่องที่ 2 การสอบวินัยร้ายแรง หลังคณะกรรมการมีการสอบมีผลออกมาแล้วว่า ไม่ได้ผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งเป็นที่ยุติแล้ว และเรื่องการฟ้องร้อง นายสุเมธ แย้มนุ่น อดีตเลขาธิการ สกอ. ในข้อหาละเว้น ตามมาตรา 157 จนศาลอุธรณ์มีคำสั่งจำคุก นายสุเมธ แย้มนุ่น 1 ปี(รอลงอาญา) ไปแล้ว
เมื่อคำสั่ง ตาม ม.44 ออกมา คณะผู้บริหารเองคงต้องทำหน้าที่ดูแลมหาวิทยาลัยจนถึงที่สุด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย นักศึกษา บุคคลากร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ให้ดีที่สุด การใช้อำนาจก็เป็นส่วนของผู้มีอำนาจที่จะใช้ ซึ่งต่อจากนี้ไป จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสภาฯ และผู้บริหารชุดใหม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อตั้งแล้วต้องแสดงให้เห็นว่าทำดี และรับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปด้วย ตนพร้อมปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่ออกมา หวังว่าการทำหน้าที่ของผู้มีอำนาจทุกส่วนคงจะทำให้ปัญหาที่ผ่านมาคลี่คลายลง นำไปสู่ทางออกที่ดี เพื่อประโยชน์ของนักศึกษา มหาวิทยาลัย และสังคมไทยต่อไป
ขณะเดียวกัน ได้มีความเคลื่อนไหวของฝ่ายที่มีความเห็นต่างกับฝ่ายผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ถึงขั้นมีการนำไปออกรายงานทางสถานีวิทยุชุมชน และคาดหมายให้คนนั้นคนนี้ ได้มาเป็นผู้บริหารแทน ซึ่งบุคคลที่ที่การพูดถึงผ่านรายการวิทยุนั้น เป็นบุคคลคู่ขัดแย้งกับผู้บริหารมาโดยตลอด
แหล่งข่าวรายหนึ่งในแวดวงการศึกษาของ .สุรินทร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ คสช. ใช้ ม.44 เพื่อคลี่คลายปัญหาที่แก้ไม่ได้มานาน แต่คณะกรรมการสภา และผู้บริหารชุดใหม่ คสช. และ กกอ. ไม่ควรนำบุคคลที่เป็นคู่ขัดแย้งในช่วงที่ผ่านมามาทำหน้าที่ ซึ่งควรเป็นคนกลางอย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้น ปัญหาก็จะไม่จบ เสมือนว่าฝ่ายหยึ่งล้มอีกฝ่าย เพื่ออยากเข้ามามีอำนาจเสียเอง คสช.ต้องตระหนักในเรื่องนี้ให้มาก เพราะอาจถูกมองจากสังคมว่า ใช้อำนาจ เพื่อเปิดทางเอื้อให้คู่ขัดแย้ง จะกลายเป็นการไม่ยุติธรรมเสียเอง.

สุรินทร์ เทศบาลเมืองสุรินทร์จัดกองบุญทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล เพื่อแก้ไขปัญหาขยะล้นเมือง อย่างยั่งยืน

เมื่อ วันที่ 14 ก.ค.59 เวลา 09.30น.ที่ สำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ จัดกองบุญทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล เพื่อแก้ไขปัญหาขยะล้นเมือง โดยมีนายวรรธนินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์ เป็นประธานฝ่าฆารวาส มีพระครูปริยัติกิจธำรง เจ้าคณะอำเภอเมืองสุรินทร์ ประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่อให้ชาวบ้านตามชุมชนต่างๆทั้ง32 ชุมชน ร่วมกับเทศบาลเมืองสุรินทร์ ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะล้นเมืองอย่างยั่งยืน
ซึ่งปัญหาขยะมูลฝอย ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จากการไม่มีสถานที่ทิ้งและกำจัด ทำให้เกิดปริมาณขยะมูลฝอยตกค้างตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก มีการนำไปกำจัดโดยวิธีกองบนพื้น ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะด้านสิ่งแวดล้อม การนำขยะจากครัวเรือนมาทิ้งที่สาธารณะ เพื่อให้พ้นจากที่อยู่อาศัยของตัวเอง แต่ได้ก่อปัญหากับชุมชน

 

IMG_8845_resize
ปัจจุบันเทศบาลเมืองสุรินทร์ ได้นำขยะมูลฝอยไปกำจัดที่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอย เทศบาลเมืองวาริน ชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นประจำทุกวัน ใช้งบประมาณเดือนละ 2 ล้านบาท จากปัญหาดังกล่าว เทศบาลเมืองสุรินทร์จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนคัดแยกขยะอย่างต่อเนื่อง และจัดตั้งธนาคารรีไซเคิลสงเคราะห์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2556 จนถึงปัจจุบันมีสมาชิก 389 คน จัดสวัสดิการให้สมาชิกที่เสียชีวิต 5 ราย เป็นเงิน 15,000 บาท ยอดเงินฝากบัญชีธนาคารกรุงไทย 89,612 บาท เปิดรับฝากขยะรีไซเคิล ทุกวันจันทร์ ที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และที่ชุมชน สัปดาห์แรกของเดือน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี สามารถลดปริมาณขยะได้ระดับหนึ่ง การทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล จึงเป็นรูปแบบหนึ่งในการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการคัดแยกขยะมูลฝอยจากครัวเรือนมุ่งสู่การเป็นสุรินทร์เมืองปลอดขยะอย่างยั่งยืน
การจัดกิจกรรมกองบุญทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิลในครั้งนี้ บรรดาร้านค้า ประชาชน ชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลให้ความร่วมมือร่วมกิจกรรม เป็นจำนวนมาก สามารถเปลี่ยนขยะเป็นมูลค่าเป็นเงิน นับหมื่นบาท เพื่อมอบให้กับธนาคารรีไซเคิลสงเคราะห์เทศบาลเมืองสุรินทร์ในการช่วยเหลือประชาชนในชุมชนต่อไป

สุรินทร์ แก๊งค์ปาหินอาละวาดหนัก ที่ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ 3 วันซ้อน ล่าสุดสาหัส 2 รายเมื่อคืนที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 11 ก.ค. 59 ร.ต.อ.พงพิทักษ์ ประณมศรี พนักงานสอบสวนเวร ได้รับแจ้งเหตุ กลุ่มวัยรุ่นดักทำร้ายร่างกายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ บนถนนสายท่าตูม – รัตนะบุรี บริเวณ กม.ที่ 15 บ้านหนองกา ต.รัตนะบุรี อ.รัตนะบุรี จ.สุรินทร์ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยการใช้ของแข็งขว้างใส่รถจักรยานยนต์. มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ดังนี้

1. นายวินัย ชูรส อายุ 15 ปี ผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ รถล้มได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ส่ง รพ.สุรินทร์ (อาการสาหัส)
2. นายตันติกร เสยสอน อายุ 25 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ (อาการสาหัส) โดนของแข็งขว้างใส่รถจักรยานยนต์ที่กำลังขับขี่ผ่านมา จนผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายเสียหลัก ล้มศีรษะฟาดกับพื้นอย่างแรง อาการสาหัสเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอำเภอรัตนะบุรี หน่วยกู้ชีพศูนย์นเรนทร เร่งส่ง รพ.สุรินทร์ ทั้ง 2 ราย ซึ่งมีอาการสาหัสมากนำส่งโรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์ ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของญาติเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ซึ่งเป็นเหตุต่อเนื่อง 3 ซ้อน ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้เลย นอกจากนี้ยังมีการเเชร์ภาพแจ้งเตือนภัยในสังคมโซเซียลมีเดีย เพจ “สุรินทร์วันนี้” เพื่อเตือนภัยผู้ใช้รถ ใช้ถนน ที่ขับผ่านไป-มา และปรากฏว่ามีการแชร์ส่งต่อกันอย่างรวดเร็ว

 

 

131527

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าคนร้ายไม่ทราบจำนวน เป็นกลุ่มวัยรุ่นบ้านหนองกา ที่ชอบจับกลุ่มดื่มสุราใกล้สถานที่เกิดเหตุดังกล่าว พอเมาได้ที่เกิดความคึกคะนอง ออกมาก่อเห็นในที่มืด ริมถนนข้างทาง ถนนสายท่าตูม – รัตนะบุรี บริเวณ กม.ที่ 15 บ้านหนองกา ต.รัตนะบุรี อ.รัตนะบุรี จ.สุรินทร์ เวลาประมาณ 22.30-01.00 น. วันที่ 9 -11 ก.ค.59 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป