ชาวสุรินทร์ ร่วมจัดงานงาน “ประเพณีแซนโฎนตา บูชาบรรพบุรุษ” ยิ่งใหญ่ เพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษ อุทิศส่วนบุญแก่ผู้ล่วงลับ

ชาวสุรินทร์ชนเผ่าเขมรพื้นเมือง ร่วมจัดงานงาน “ประเพณีแซนโฎนตา บูชาบรรพบุรุษ” ครั้งที่ 10 ยิ่งใหญ่ เพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษ อุทิศส่วนบุญแก่ผู้ล่วงลับ ลูกหลานได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ และพบปะญาติมิตร เกิดความสามัคคีระหว่างพี่น้องในพึ่งพาอาศัยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

วันที่ 28 ก.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 16.00 น. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ถนนกรุงศรีนอก เทศบาลเมืองสุรินทร์ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดงานประเพณีทำบุญเดือนสิบ “ทำบุญแซนโฎนตาบูชาบรรพบุรุษ” ปี 2559ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10 โดยมี นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในการจัดงาน ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ ประชาชนชาวสุรินทร์ และชนเผ่าเขมรพื้นเมืองจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 27-28 ก.ย.59 ซึ่งเป็นการจัดก่อนวันจริง 2 วัน (วันแซนโฎนตาตรงกับวันแรมแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี )ปีนี้ตรงกับวันที่ 30 ก.ย.59 นั้นเอง

 

img_3324

โดยมีพี่น้องประชาชนชาวสุรินทร์ชนเผ่าเขมรพื้นเมือง จากชุมชนต่างๆในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ และอำเภอต่างๆทั่วทั้ง จ.สุรินทร์ รวม 20 อำเภอ ผู้หญิงแต่งกายประจำถิ่นด้วยผ้าถุงไหม เสื้อไหมสีขาว และชายนุ่งโสร่งผ้าไหม สวมเสื้อสีข้าว จัดริ้วขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ขบวนเครื่องเซ่นไหว้แซนโฎนตา เช่น ไก่ เนื้อ หมู ปลา ข้าวสาร ข้าวสวย ผลไม้ ขนมกระยาสารท และข้าวต้มหางยาว ข้าวต้มใบมะพร้าว ใส่กระเชอแซนโฎนตา เคลื่อนขบวนจากด้านหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ มายังด้านหน้าอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง สถานที่ประกอบพิธี และวางเครื่องไหว้ไว้โดยรอบอนุสาวรีย์ อย่างสวยงามตามประพณีโบราณ

จากนั้น นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ไหว้พระรับศีลห้า ก่อนมีการร่ายรำบวงสรวงอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง ผู้สร้างเมืองสุรินทร์ คนแรก พร้อมทั้งรับเครื่องแซนโฎนตาจากตัวแทนขบวนแห่ทั้ง 9 ชุมชน พร้อมพิธีเซ่นไหว้รอบอนุสาวรีย์ พระสงฆ์สวดอาราธนาธรรม สวดทักษิณานุประทาน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้วให้ได้รับส่วนบุญส่วนกุศลตามที่ผู้มาร่วมงานได้ตั้งใจทำในวันนี้

 

 

img_3328

สำหรับประเพณีแซนโฎนตา เป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ “แซนโฎนตา” หมายถึง การทำบุญให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ให้ได้รับกุศลผลบุญที่ลูกหลานได้อุทิศไปให้ซึ่งเป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามดั้งเดิมของจังหวัดสุรินทร์ที่ชนเผ่าเขมรในท้องถิ่นได้ถือปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งตรงกับแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี

ซึ่งในวันนี้ ชนเผ่าเขมรท้องถิ่นถือว่าเป็นวันรวมญาติซึ่งทุกคนจะหยุดภาระหน้าที่การงานทั้งหมด และนัดหมายไปรวมกันที่บ้านเป็นจุดศูนย์กลางของครอบครัว โดยเฉพาะบ้านของผู้ที่อาวุโสที่สุดของครอบครัว พร้อมกับเตรียมอาหาร เช่น ไก่ เนื้อ หมู ปลา ข้าวสาร ข้าวสวย ผลไม้ ขนมกระยาสารท และข้าวต้มหางยาวใส่กระเชอโฎนตา และอาหารคาวหวาน ที่ร่วมกันทำเพื่อเตรียมเซ่นไหว้บรรพบุรุษของตนที่ล่วงลับไปแล้ว

 

img_3372

ประเพณีแซนโฎนตา นอกจากเป็นการอุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ยังเป็นกุศโลบายของบรรพบุรุษที่มีจุดมุ่งหมายให้ลูกหลานได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ และยังได้มีโอกาสได้พบปะญาติมิตร เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เกิดความสามัคคีระหว่างพี่น้องในตระกูลเดียวกัน ญาติมิตรได้พึ่งพาอาศัยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

และยังมีความเชื่อว่า วันแซนโฎนตา หากลูกหลานคนใดไม่ได้จัดทำ หรือไม่ไปร่วมแซนโฎนตาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร บรรพบุรุษอาจไม่พอใจ ส่งผลให้การดำรงชีวิต การทำมาหากินไม่ราบรื่น จิตใจเป็นกังวลไม่เป็นสุข ด้วยความเชื่อนี้ทุกคนจึงพยายามไปร่วมพิธี หรือจัดเครื่องเซ่นไหว้ที่บ้านของตน เพื่อความเป็นสิริมงคลที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเอง และครอบครัว ส่งผลให้มีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานต่อไป

ชาวสุรินทร์ แห่ซื้อของเซ่นไหว้ วัน”แซนโฎนตา” หรือ “สารทเขมร”คึกคัก!!

วันที่ 27 ก.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงวัน “แซนโฎนตา” หรือ “สารทเขมร” พบว่าประชาชนชาว จ.สุรินทร์ เชื้อสายเขมร ต่างออกเดินทางจับจ่ายซื้อข้าวของกันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์ สภาพการจราจรคับคั่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นวันจับจ่ายซื้อของสำหรับเซ่นไหว้ โดยเฉพาะชาวสุรินทร์ เชื้อสายเขมร ที่เดินทางไปทำงานต่างถิ่นทั่วประเทศ และต่างประเทศ จะเดินทางกลับบ้าน และจับจ่ายซื้อ กระยาสารท ขนมนางเล็ด ขนมเทียน
ข้าวต้มมัด ทั้งไส้กล้วย และไส้หมู เพื่อเป็นของเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ทำให้เงินสะพัดเป็นอย่างมาก

พิธี แซนโฎนตา หมายถึง การทำบุญให้แก่บรรพบุรุษ คือ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่ล่วงลับไปแล้วให้ได้มารับกุศลผลบุญที่ลูกหลานอุทิศให้ ซึ่งตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี โดยในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ตุลาคม 2558 ซึ่งจะเป็นวันสารทใหญ่ ซึ่งในช่วงวันดังกล่าว ชาวสุรินทร์ ที่มีการใช้ภาษาเขมร ซึ่งเป็นภาษาพูดท้องถิ่น มักจะพร้อมใจหยุดงาน เพื่อประกอบพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ หรือ ที่เรียกว่าวันสารทเขมร คล้ายกับวันสารทจีนและสารทไทยนั่นเอง

 

img_3015

 

จ.สุรินทร์ เป็นจังหวัดชายแดน ไทย-กัมพูชา ที่มีชาวไทยเชื้อสายเขมรอยู่อาศัยมาแต่อดีตกาล ทำให้มีวัฒนธรรมเขมรสืบทอดผสมผสานอยู่ในสายเลือด สำหรับชาวสุรินทร์ ถือเป็นประเพณีวัน “แซนโฎนตา” รวมญาติที่หายห่างกันให้น้อมคืนหาถิ่น เป็นวันระลึกถึงบุญคุณของบรรพบุรุษ ลูกหลานแสดงความกตัญญูต่อพ่อ-แม่ ซึ่งทุกคนตระหนักเสมอว่า ไม่ว่าจะทิ้งย่านผ่านเรือน ไปทำมาหากินถึงถิ่นไกล แต่เมื่อวัน “แซนโฎนตา” มาถึงลูกหลานเขมรถิ่นไทย จะพากันคืนบ้าน เพื่อแซนโฎนตาเสมอไป

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองสุรินทร์ จัดสืบสาน “งานประเพณีแซนโฎนตา บูชาบรรพบุรุษ” ประจำปี 2559 ในวันที่ 27 กันยายน 2559 เริ่มงานเวลา 12.00 น. ณ บริเวณสำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ เพื่ออนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิมของชาวสุรินทร์ สร้างจิตสำนึกให้เด็ก เยาวชน ประชาชนในจังหวัดสุรินทร์ มีความรักความสามัคคีและได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณและบรรพบุรุษ โดยจัดให้มีการประกวดข้าวต้มมัด การประกวดเครื่องเซ่นแซนโฎนตา และการแสดงศิลปะพื้นบ้านสุรินทร์ (เรือมอันเร) พิธีเซ่นไหว้โฎนตาและบรรพบุรุษ

-รางวัลการประกวดข้าวต้มมัด รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินสด 5,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับเงินสด 4,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้รับเงินสด 3,000 บาท รางวัลชมเชย มี 29 รางวัล ได้รับเงินสดรางวัลละ 2,500 บาท
รางวัลการประกวดจัดเครื่องแซนโฎนตา รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินสด 5,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับเงินสด 4,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้รับเงินสด 3,000 บาท
รางวัลชมเชย มี 29 รางวัล ได้รับเงินสดรางวัลละ 2,500 บาท

ประเพณีโฎนตา เป็นประเพณีดั้งเดิมของจังหวัดสุรินทร์ ที่ชนเผ่าเขมรในท้องถิ่นได้ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โฎนตา หมายถึง การทำบุญให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วให้ได้มารับกุศลผลบุญที่ลูกหลานได้อุทิศให้ ซึ่งตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี ชาวสุรินทร์ที่ใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาพูด จะพร้อมใจกันหยุดภาระหน้าที่การงานทั้งหมดและนัดหมายไปรวมกัน ณ บ้านที่เป็นจุดศูนย์กลางของครอบครัว ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านของผู้อาวุโสที่สุดของครอบครัว พร้อมกับเตรียมของมาเซ่นไหว้ เช่น ไก่ เนื้อ หมู ปลา ข้าวสาร ข้าวสวย ผลไม้ ขนมกระยาสารท ข้าวต้มหางยาว และขนมพื้นบ้านทั่ว ๆ ไป ใส่กระเชอโฎนตา เพื่อไหว้บรรพบุรุษของตนเองที่ล่วงลับไปแล้ว

 

img_3016

การแซนโฎนตา นอกจากจะเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ยังเป็นกุศโลบายที่มีจุดมุ่งหมายให้ลูกหลานได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ และมีโอกาสได้พบปะญาติมิตรพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ได้พึ่งพาอาศัยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งยังเชื่อว่า วันแซนโฎนตานี้ ถ้าลูกหลานคนใดไม่ได้จัดทำ หรือไม่ไปร่วมแซนโฎนตาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วอาจไม่พอใจ ส่งผลให้การทำมาหากินไม่ราบรื่นจิตใจเป็นกังวลไม่เป็นสุข ด้วยความเชื่ออย่างนี้ ทุกคนจึงพยายามไปร่วมพิธี หรือไม่ก็จัดเครื่องเซ่นไหว้ที่บ้านของตนเอง

คุณยายนิด สมพลจิตร อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 ม.4 ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า มาซื้อของสำหรับแซนโฎนตา ขนม นมเนย และผลไม้แทบทุกอย่าง ไก่ หมู และอื่นๆอีกมากมาย ที่ขาดไม่ได้คือ กระยาสารท นางเล็ด เพื่อเป็นของเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ตนเตรียมเงินมาจับจ่ายประมาณ 4,000-5,000 บาท ซื้อข้าวสารเหนียว ข้าวสารเจ้า เอาไปห่อข้าวต้มกล้วย ทำเป็นประจำทุกๆปี ถือเป็นประเพณีสำคัญของคนสุรินทร์ เชื้อสายเขมร ที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ปีนี้ พิธีแซนโฎนตา ตรงกับวันที่ 30 ก.ย. 59 วันที่ 28-29 ก.ย.59 ก็เริ่มทำขนม เครื่องเซ่นไว้กันแล้ว ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งก็คือกล้วยน้ำว้า

ด้านนางพิไล ศรีรักษา แม่ค้าขายกระยาสารท กล่าวว่า กระยาสารท ตนทำเองทั้งหมด สด สะอาด นอกจากนี้ยังมีขนมสำหรับ พิธีแซนโฎนตา ขนมนางเล็ด ขนมเปีย ขนมโดนัทเขมร หรือ ขนมกันตรำ จะเตรียมไว้เยอะๆมากองขายทุกปี จะต้องมีขนมฝักบัวด้วย ขายดีทุกปี ยิ่งถึงวันจริงจะขายดีมาก ชาวบ้านเริ่มออกพากันมาซื้อไปสะสมไว้ เพื่อเตรียมจัดพิธีแซนโฎนตา บรรพบุรุษของตนเองกันเรื่อยๆในแต่ละครอบครัว ทำให้เงินสะพัดเป็นอย่างมาก

ตำรวจเมืองช้าง…รวบตำรวจเก๊ ยึด ยาบ้า 26,000 เม็ด ยาไอซ์ อาวุธปืน พร้อมรถหรู!!

ตำรวจเมืองช้าง…รวบตำรวจเก๊ ทำเนียน วางหมวกตำรวจ เสื้อเกราะ และบัตรตำรวจ ไว้ที่หน้ารถ หวังผ่านด่านตรวจฉลุย สุดท้ายไปไม่รอดยึด ยาบ้า 26,000 เม็ด ยาไอซ์ อาวุธปืน พร้อมรถหรู

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้า สภ.โชคนาสาม อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฉลอง ภาคภิญโญ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ และนายวีรเกียรติ รัมมณีย์รัตนากุล นายอำเภอปราสาท ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมยาบ้า จำนวน 26,000 เม็ด

สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 05:30 น. (15 ก.ย.59) จากการในการสั่งการของ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ,พล.ต.ต.ฉลอง ภาคภิญโญ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์,นายวีรเกียรติ รัมมณีย์รัตนากุล นายอำเภอปราสาท ,พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ /หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสุรินทร์ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการยาเสพติดสืบสวนกลุ่มผู้ค้ายา

ซึ่งทราบจากสายลับ ได้งานว่าจะมีนำยาบ้ามาส่งให้ลูกค้าในเส้นทางจังหวัดอุบลราชธานี มาตามเส้น 24 ถนนสายโชคชัย- เดชอุดม พ.ต.อ.โชติ ตระกูล กผกก.สภ.โชคนาสาม พ.ต.ท.กัมปนาท สำเร็จ รอง ผกก.สภ.โชคนาสาม ปราบปรามฯ จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่ในเส้นทางตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย ที่จุดตรวจ ตู้ยามโชคนาสาม ต.ตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 178-179

จนกระทั่งเวลา 05:30 น. ของวันที่ 15 ก.ย.59 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคนาสาม ได้ตั้งจุดตรวจ โดยมี ร.ต.อ.วิรัตน์ บรรเลง เป็นหัวหน้าชุดจุดตรวจ ปรากฏว่าได้ ได้มีรถยนต์เก๋ง เลขทะเบียนร กย 7066 อุบลราชธานี วิ่งผ่านมา โดยมีนายสุภี บรรเทาขัน เป็นคนผู้ขับ นายสมบัติ ธรรมโชติ และนายจีรพันธ์ สาลีพันธ์ นั่งมาด้วย ขับมาจากด้าน อ.ประสาทมุ่งหน้าไปทาง อ.ประโคนชัยจ จ.บุรีรัมย์ในลักษณะมีพิรุธ และมีท่าทีขัดขืน การตรวจค้นดูพยามขับรถหลบหนี เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ร่วมกันสกัดรถคันดังกล่าวจนหยุด แล้วแจ้งความประสงค์ขอทำการตรวจค้นรถ และบุคคลโดยก่อนตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ผู้ต้องหาดูจนเป็นที่พอใจแล้ว

จึงจะลงมือตรวจค้นผลปรากฏว่า มีหมวกตำรวจ สายตรวจ เสื้อเกราะ บัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอม และพบยาบ้าจำนวน 26,000 เมตร (13 มัด) และยาไอซ์ น้ำหนัก 30 กรัม ไว้ในกระเป๋า ผ้าสีขาว วางไว้ที่พื้นรถเก่งด้านหลังซ้าย และพบอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ขนาด . 32 มม.จำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนขนาดเดียวกันจำนวน 6 นัด โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง และรถเก่งยี่ห้อโตโยต้าสีบรอน เงิน หมายเลขกระเบียน กย 7066 อุบลราชธานี จึงได้ร่วมกันตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหา ทั้ง 3 คนรับทราบว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง( ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเขตเมือง หมู่บ้านและสาธารณะโดยไม่รับอนุญาตและมีเหตุโดยไม่มีเหตุอันควรจำเป็นอย่างเร่งด่วนจากนั้น จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป