ราชภัฏสุรินทร์ ยังคงมีการเรียนการสอนตามปกติ หลัง คสช.ใช้ มาตรา 44 ชี้กรรมการสภาฯ และผู้บริหารชุดใหม่ ไม่ควรเป็นคู่ขัดแย้ง!!

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ยังคงมีการเรียนการสอนตามปกติ หลัง คสช.ใช้ มาตรา 44 ชี้กรรมการสภาฯ และผู้บริหารชุดใหม่ ไม่ควรเป็นคู่ขัดแย้ง!!

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จ.สุรินทร์ บรรยากาศยังมีการเรียนการสอนตามปกติ หลังจากที่ พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีคำสั่งที่ 39/2559 มีผลบังคับใช้กับมหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยเอกชน และมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงอื่น ๆ โดยให้อำนาจคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) สามารถเข้าไปตรวจสอบมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ที่มีปัญหาความขัดแย้งในเรื่องธรรมาภิบาล การแต่งตั้งของสภามหาวิทยาลัย นายกสภาฯ คณะกรรมการสภาฯ และอธิการบดี ตลอดจนมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาเปิดหลักสูตรเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ หรือการจัดการเรียนการสอนที่ไม่มีคุณภาพได้ โดยไม่ติดขัดในข้อกฎหมาย

โดยคำสั่งดังกล่าว มีผลบังคับใช้โดยทันที กับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ (ม.รภ.สุรินทร์) และมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ที่มีความขัดแย้งมายาวนาน จากกรณีการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัย นายกสภามหาวิทยาลัย และผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี

อ.รัชดา ธนูศิลป์ อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ และกรรมการสภามหาวิทยาลัย (ผู้แทนคณาจารย์) ม.รภ.สุรินทร์ กล่าวว่า ม.44 เรื่องนี้ไม่มีผลกระทบกับคณาจารย์ จะกระทบเฉพาะฝ่ายผู้บริหารและสภามหาวิทยาลัยเท่านั้น ทีนี้ส่วนการที่จะอยู่หรือจะไป จะยุติบทบาทหน้าที่หรือจะยังคงอยู่ก็ขึ้นอยู่กับคำสั่งของกรรมการที่จะมีคำสั่งออกมา

ด้าน ดร.อัครเดช สุพรรณฝ่าย รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภา กล่าวว่า มูลเหตุสำคัญที่ คสช.ใช้ ม. 44 มาจากความเห็นต่างระหว่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ โดยสภามหาวิทยาลัย กับ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ใน 3 เรื่อง คือ การเสนอชื่ออธิการบดี เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ซึ่งสภาฯ ส่งไปแล้วร่วม 7 ปี สกอ. ก็ยังไม่ดำเนินการ ด้วยเหตุผลว่ามีผู้ร้องเรียน มีความเห็นในข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งสิ้นสุดที่ศาลปกครองแล้ว
เรื่องที่ 2 การสอบวินัยร้ายแรง หลังคณะกรรมการมีการสอบมีผลออกมาแล้วว่า ไม่ได้ผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งเป็นที่ยุติแล้ว และเรื่องการฟ้องร้อง นายสุเมธ แย้มนุ่น อดีตเลขาธิการ สกอ. ในข้อหาละเว้น ตามมาตรา 157 จนศาลอุธรณ์มีคำสั่งจำคุก นายสุเมธ แย้มนุ่น 1 ปี(รอลงอาญา) ไปแล้ว
เมื่อคำสั่ง ตาม ม.44 ออกมา คณะผู้บริหารเองคงต้องทำหน้าที่ดูแลมหาวิทยาลัยจนถึงที่สุด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย นักศึกษา บุคคลากร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ให้ดีที่สุด การใช้อำนาจก็เป็นส่วนของผู้มีอำนาจที่จะใช้ ซึ่งต่อจากนี้ไป จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสภาฯ และผู้บริหารชุดใหม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อตั้งแล้วต้องแสดงให้เห็นว่าทำดี และรับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปด้วย ตนพร้อมปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่ออกมา หวังว่าการทำหน้าที่ของผู้มีอำนาจทุกส่วนคงจะทำให้ปัญหาที่ผ่านมาคลี่คลายลง นำไปสู่ทางออกที่ดี เพื่อประโยชน์ของนักศึกษา มหาวิทยาลัย และสังคมไทยต่อไป
ขณะเดียวกัน ได้มีความเคลื่อนไหวของฝ่ายที่มีความเห็นต่างกับฝ่ายผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ถึงขั้นมีการนำไปออกรายงานทางสถานีวิทยุชุมชน และคาดหมายให้คนนั้นคนนี้ ได้มาเป็นผู้บริหารแทน ซึ่งบุคคลที่ที่การพูดถึงผ่านรายการวิทยุนั้น เป็นบุคคลคู่ขัดแย้งกับผู้บริหารมาโดยตลอด
แหล่งข่าวรายหนึ่งในแวดวงการศึกษาของ .สุรินทร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ คสช. ใช้ ม.44 เพื่อคลี่คลายปัญหาที่แก้ไม่ได้มานาน แต่คณะกรรมการสภา และผู้บริหารชุดใหม่ คสช. และ กกอ. ไม่ควรนำบุคคลที่เป็นคู่ขัดแย้งในช่วงที่ผ่านมามาทำหน้าที่ ซึ่งควรเป็นคนกลางอย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้น ปัญหาก็จะไม่จบ เสมือนว่าฝ่ายหยึ่งล้มอีกฝ่าย เพื่ออยากเข้ามามีอำนาจเสียเอง คสช.ต้องตระหนักในเรื่องนี้ให้มาก เพราะอาจถูกมองจากสังคมว่า ใช้อำนาจ เพื่อเปิดทางเอื้อให้คู่ขัดแย้ง จะกลายเป็นการไม่ยุติธรรมเสียเอง.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *