โดม ปกรณ์ ลัม และ หนึ่ง ETC ร่วมกับโครงการธรรมช้าง จัดกิจกรรม “คืนธรรมชาติให้ช้าง” ที่ จ.สุรินทร์

โดม ปกรณ์ ลัม และ หนึ่ง ETC สองศิลปินใจบุญ จิตอาสา ร่วมกับโครงการธรรมช้าง จัดกิจกรรม “คืนธรรมชาติให้ช้าง” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เมื่อ วันที่ 7 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ นายศิริศักดิ์ ร่วมพัฒนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ เป็นประธานเปิด กิจกรรม “คืนธรรมชาติให้ช้าง” โดยมีนางสาวกัตติกา ตั้นจัด ผู้ช่วยผู้กำกับสารคดี “วันช้างโลก” และผู้นำกลุ่มธรรมช้าง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวด้วยความใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างความเข้มแข็งในสังคม และสิ่งแวดล้อม และเงินบริจาคนำไปสมทบให้แก่ วันช้างโลก มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ และช่วยเหลือช้างเลี้ยงในจังหวัดสุรินทร์ โดยความร่วมมือจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย( ททท.)สำนักงานสุรินทร์ และ องค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ

 

s__4833303

เพื่อช่วยเหลือช้างเร่ร่อนให้ได้คืนสู่ธรรมชาติ และ 70% นำไปช่วยเหลือช้างในจังหวัดสุรินทร์ซึ่งมีช้างเลี้ยงมากกว่า 200 เชือกในหมู่บ้านตากลาง ให้มีแหล่งอาหารและน้ำที่เพียงพอ มีสุขภาพที่ดี พัฒนาระบบนิเวศ พร้อมทั้งเผยแพร่ความรู้และการร่วมตระหนักถึงดังกล่าวไปยังทั่วประเทศไทย

จัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 7 – 8 พ.ย.59 โดยวันนี้ เป็นการร่วมกันปลูกพืชอาหารช้าง โดยมีศิลปินจิตอาสา ประกอบด้วย โดม ปกรณ์ ลัม และ หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท (หนึ่ง ETC.) และนักเรียน นักศึกษา ประชาชน รวมไปถึงควาญช้างในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมาก ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อถวายความอาลัย และร่วมกิจกรรมปลูกพืชอาหารช้าง ที่บริเวณ วังทะลุ บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ส่วนกิจกรรมในวันที่ 8 พ.ย. 59 จัดฉายสารคดี“Return to the Forest” สารคดีในการประกาศวันช้างโลก ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ กิจกรรมสร้างสุข ภายใต้ชมรม To Be Number One ชมนิทรรศการช้างและระบบนิเวศ โดยชมรมทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ และกิจกรรมจากศิลปินที่เข้าร่วมสนับสนุนธรรมช้าง เงินบริจาคนำไปสมทบให้แก่ วันช้างโลก มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ และช่วยเหลือช้างเลี้ยงในจังหวัดสุรินทร์ต่อไป

 

 

s__4833290

โดม ปกรณ์ ลัม กล่าวว่า ควาญช้างนำช้างไปเดินเร่ร่อนในกรุงเทพฯ ตามที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ อยู่บ่อยๆ ปัจจุบันเริ่มมีระบบ จัดระเบียบให้ช้างคืนถิ่นและมีระบบนิเวศที่เหมาะสม อยู่กันเป็นครอบครัว ช้างก็อบอุ่น ครอบครัวควาญช้างก็อบอุ่น ไม่ต้องออกเร่ร่อนไปตามต่างจังหวัด 4-5 เดือนถึงจะได้กลับบ้านที วันนี้มีกิจกรรมปลูกหญ้าอาหารช้าง ในฐานะที่ตนเป็นดารา นักร้องนักแสดง จะให้มาพูดเรื่องช้างลึกๆแล้วมันดูไม่น่าเชื่อ ดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวโดม แต่ท้ายที่สุดแล้ว ช้างคือต้นทางของธรรมชาติ ช้างสร้างทางน้ำ ป่า และช้างยังเป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองไทย เป็นสัตว์มงคล มาร่วมกันนำช้างคืนถิ่น ไม่อยากเห็นช้างเร่ร่อนในกรุงเทพฯ ต้องพยายามช่วยกันตัดวงจร งดซื้อและให้อาหาร ที่เดินเร่ร่อน เพื่อให้ช้างคือถิ่นได้อยู่ในระบบนิเวศที่เหมาะสมของเขา ช้างดี คนดี แน่นอนเรื่องง่ายๆแบบนี้ ตนเชื่อว่าทุกคนทำได้

หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท (หนึ่ง ETC.) กล่าวว่า ช้างสุรินทร์น่ารักมาก อยากฝากถึงคนรักช้างทุกคน วันนี้อยากจะให้ทุกคนตระหนักถึงช้าง มาช่วยกันเลี้ยงช้างให้ถูกวิธี เพื่อประโยชน์ของพวกเราด้วย โดยให้ช้างอยู่ในสภาพแวดล้อมและธรรมชาติที่ถูกต้อง

 

s__4833302
นายศิริศักดิ์ ร่วมพัฒนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ กล่าวว่า เรื่องของช้างวันนี้นับว่าเป็นสิ่งดี ที่ศิลปินจิตอาสา โดม ปกรณ์ ลัม และ หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท (หนึ่ง ETC.) ได้มาปลูกป่าอาหารช้างกับเรา ซึ่งทาง องค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ จะทำกิจกรรมแบบนี้ไปเรื่อยๆ หลังจากนี้ชาวช้างจะนำช้างเข้าจังหวัดสุรินทร์ เพื่อร่วมกิจกรรถวายความอาลัย พ่อหลวงของเรา ในวันที่ 19-20 พ.ย.59 นี้

ภาพ-ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว /สุรินทร์ 091-0179989

รถทัวร์ พลิกคว่ำ ตาย 1 สาหัส 1 ราย และบาดเจ็บเพียบ! ที่ อ.ท่าตูม

ระทึก! อุบัติเหตุหมู่ รถทัวร์บรรทุกผู้โดยสารกว่า 50 คน หักหลบรถพ่วงรถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำ ตาย 1 สาหัส 1 ราย และบาดเจ็บอื้อ

เมื่อวันที่ 1 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.27 น.ศูนย์วิทยุ 191 สภ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งทางศูนย์นเรนทร 1669 ว่ามีรถทัวร์ บริษัทรุ่งประเสริฐทัวร์ หมายเลขทะเบียน 10-1770 มหาสารคาม สีฟ้า หักหลบรถพ่วงรถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำ เหตุเกิดที่แยกทางหลวง บ.ตาฮะ ต.ทุ่งกุลา อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ มีผู้โดยสารมากับรถทัวร์กว่า 50 คน สาหัส 2 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนานมาก

จึงวิทยุประสานแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ นายเมตต์ แสงจันทร์ นายอำเภอท่าตูม และ พ.ต.อ.ศรัญ นิลวรรณ ผกก.สภ.ท่าตูมและแจ้งร้อยเวร สภ.ท่าตูม พร้อมวิทยุประสานให้ กู้ชีพ หน่วยกู้ภัยในพื้นที่ใกล้เคียง รุดที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย หน่วยกู้ภัย ฮุก31จุดอำเภอรัตนะ,หน่วยกู้ชีพตำบลโพนครก อ.ท่าตูม,กู้ชีพน้ำเขียว อ.รัตนะ,กู้ชีพแก อ.รัตนะ,กู้ชีพ อ.จอมพระ,กู้ภัย อ.ศีรขรภูมิและหน่วยกู้ภัยสุรินทร์สนับสนุนรถตัดถ่าง และรถพยาบาลฉุกเฉิน รพ.ท่าตูม 5 คัน , รพ.รัตนบุรี1คัน, รพ.ชุมพล1คัน, รพ.จอมพระ 1คัน

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบ ซึ่งเป็นคนขับรถทัวร์ คันดังกล่าว และมีผู้โดยสารรถทัวร์ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย บาดเจ็บปานกลาง 2 ราย และมีผู้โดยสารบาดเจ็ยเล็กน้อยอีก 10 ราย และ หน่วยกู้ชีพ กู้ภัย เร่งนำส่ง รพ.ข้างเคียงและโรงพยาบาลสุรินทร์ช่วยดูแลและรักษาอย่างเร่งด่วน และมีผู้เสียชีวิตที่ รพ.ท่าตูม หนึ่งราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายธนวัฒน์ แก้วจันทร์ อายุ 46 ปี ชาว อ.บึงบูรณ์ จ.ศรีสะเกษ

จากการสอบสวนทราบว่า รถทัวร์ บริษัทรุ่งประเสริฐทัวร์ เป็นรถประจำทางเริ่มออกเดินทางจาก อ.บึงบูรณ์จ.ศรีสะเกษมุ่งหน้า จะไปกรุงเทพฯมี นายสวาท พิณพาทย์ เป็นคนขับรถทัวร์มาแทนคนขับเดิม อ้างหักหลับรถพ่วง

 

127982
น.ส.ธีรพร พุ่มพันธ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านงิ้ว ต.ดอนแรด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ผู้โดยสารที่รอดชีวิต กล่าวว่า พอรถทัวร์พลิกคว่ำกระจกแตกหมดทั้งคัน ผู้โดยสารกระเด็น กระดอน กระจายไปคนละทิศละทาง ที่เกิดเหตุมือมาก ประกอบกับเป็นทางโค้ง รถทัวร์พลิกคว่ำหลายตลบ พอตนรู้สึกตัวก็มองดูผู้โดยสารที่อยู่ข้างว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตนก็นอนทับแม่ตัวเองอยู่ ก่อนเกิดเหตุคนขับรถทัวร์มาด้วยความเร็ว ไม่ถึงกับเร็วว่า แต่ก็ถือว่าอยู่ในขั้นเร็ว แต่ก็หน้าจะระมัดระวังว่าทางข้างหน้าเป็นทางโค้งอันตราย ขณะเกิดเหตุพลิกคว่ำลงข้างทางคนขับรถทัวร์ไม่ได้เหยียบเบรคเลย

นายเมตต์ แสงจันทร์ นายอำเภอท่าตูม กล่าวว่า ตามที่ทราบเป็นรถทัวร์ บริษัทรุ่งประเสริฐทัวร์ รับผู้โดยสาจุดแรก จาก อ.บึงบูรณ์จ.ศรีสะเกษ มารับจุดที่สองที่ อ.รัตนบุรี และวิ่งมารับผู้โดยสารที่ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ไปเกิดเหตุที่บริเวณทางโค้ง บ้านตาฮะ ม.9 ต.ทุ่งกุลา อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ใกล้ๆกลับตู้ยามทางหลวง จากการสอบสวนคนขับอ้างว่า รถหลุดโค้งไปชนกับเหล็กกั้นถนนก็ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ เป็นเหตุให้มมีผู้บาดเจ็บและมาเสียชีวิตที่ รพ.ท่าตูม 1 ราย เวลาประมาณ 21.30 น. และมีบาดเจ็บสาหัส 1 รายได้ส่งรักษาตัวต่อที่ รพ.สุรินทร์ มีผู้บาดเจ็บบาดกลาง 2 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 10 ราย ซึ่งตน และผกก.สภ.ท่าตูม ได้มากำกับดูแลคอยอำนวยความสะดวกสำหรับญาติพี่น้องที่มาดูแลผู้ป่วย