ขวัญใจคนใช้แรงงาน!! แม่ค้าเมืองช้างเปิดขายกับข้าวข้างถนนโคตรถูกเพียง 20 บาท หวังช่วยผู้มีรายได้น้อย

27 ก.พ.60 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในยุคที่เรียกว่าข้าวยากหมากแพงแบบนี้ แม้ว่าแก๊สหุงต้มจะมีอัตราที่สูงขึ้น รวมไปถึงวัตถุดิบที่ถีบตัวสูงขึ้น ทำให้ร้านขายอาหารตามสั่งหรือร้านข้าวแกงหลายร้านมีการปรับราคาขึ้นตามต้นทุนการผลิต แต่ที่ข้างถนนสายสุรินทร์-ศีขรภูมิ กม.3 บริเวณบ้านจะแกโกน ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ ยังมีร้านขายกับข้าว และข้าวถุงอยู่ร้านหนึ่ง ติดป้ายกับข้าว 20 บาทไว้ที่ข้างร้าน เป็นเพิงหมาแหงน หลังคาคลุมด้วยผ้าใบ พอบังแดด ฝน จัดร้านอย่างเรียบง่าย ขายกับข้าวทุกๆ เมนูในราคาเพียงราคา 20 บาท

นอกจากนี้ยังมี น้ำพริกทุกชนิด ขายเพียงถุงละ 10 บาท และข้าวสวยหอมมะลิสุรินทร์แท้ 100% ก็ขายเพียงถุงละ 5 บาทเท่านั้น จนเป็นขวัญใจของผู้ใช้แรงงานและรถบรรทุกขาประจำ ในช่วงเช้าตั้งแต่ 16.00 ไปจนถึงเวลา 20.00 น. ของทุกวัน มีสารพัดเมนู ต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก กว่า 20 อย่างในแต่ละวัน โดยมี นางคำพอง ทองนาค อายุ 29 ปี อดีตแม่ค้ากับข้าวร้านค้าสวัสดิการห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จะเป็นผู้ทำอาหารด้วยฝีมือของตนเอง ด้วยรสชาติที่จัดและธรรมดา จนเป็นที่ถูกปากของผู้ใช้แรงงาน และบรรดาผู้ขับรถบรรทุก ด้วยราคาเพียง 20 บาทเท่านั้น ไม่กลัวการขาดทุน เพราะขายตามราคาต้นทุนที่ลงขายในแต่ละวัน และยึดหลักตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงสอนให้รู้จัก เศรษฐกิจพอเพียง ไม่หวังผลกำไร ได้แค่พออยู่ได้ เพื่อชีวิตก็เพียงพอแล้ว

นางคำพอง ทองนาค อายุ 29 ปี เจ้าของร้านกับข้าว 20 บาท กล่าวว่า แต่ก่อนขายกับข้าวในแคนทีน ห้างโรบินสันสุรินทร์ เป็นร้านค้าสวัสดิการพนักงาน พอหมดสัญญาเช่าก็เลยออกมา มาดูทำเลแถวนี้รู้สึกว่า กับข้าวตอนเย็นยังไม่มีมีเพียงเจ้าเดียว ตนขายกับข้าวข้างในห้าง 20 บาท คิดว่าข้างนอกน่าจะขายได้ เพราะร้าค้าสวัสดิการก็ขายในราคา 20-25 บาทเหมือนกัน ทุกวันนี้ตนขายกับข้าวทุกอย่าง 20 บาท ข้าวเปล่า 5 บาท 7 บาท หรือ 10 บาท ทำเองทั้งหมดเลย  ตั้งแต่ไปจ่ายตลาด ล้างผัก ทำเองกับข้าว ทุกอย่างทำเองหมดเพราะไม่มีลูกจ้าง เมนูที่ได้รับความนิยมคือ แกงคั่วไก่ ต้มแซ่บซี่โครงหมู  ที่ลูกค้าติดใจ ราคาไม่แพง ทุกเมนูเพียง 20 บาท  ที่ขายถูกเพราะเห็นใจลูกจ้างรายวัน และคนใช้แรงงาน มีรายได้วันละไม่กี่ร้อย เงิน 20 บาท เงิน 60 บาทก็สามารถกินกับข้าวได้หลายอย่าง มีรายได้ยืนพื้นวันละ 4,000 บาทเป็นอย่างต่ำ ส่วนกำไรน่าจะวันละ 1,000 บาทก็น่าจะโอเคแล้ว จ่ายตลาดวันหนึ่ง บางที่จ่ายเกินงบนิดหนึ่ง แต่ก็พออยู่ได้ มีกำไรนิดๆหน่อยๆก็ถือว่าพออยู่ได้ เพื่อชีวิต.

ภาพ – ข่าว / ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว

เชิญชิมเมนูพื้นบ้าน “ละแวกะดาม” ของโปรดชาวสุรินทร์ ยามเกี่ยวข้าว ขายดีราคาพุ่งกิโลกรัมละ 100 !!

ละแวกะดาม หรือ ละแวกะปู(อ่อมกะปู) เมนูพื้นบ้านของคนอีสานยามเกี่ยวข้าวขายดีราคาพุ่งกิโลกรัมละ 100 ชาวบ้านสุรินทร์แห่ซื้อคึกคัก

 

s__5758979

 

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวสร็จแล้ว ชาวบ้านก็จะออกหาขุดปูนา กบจับปลาธรรมชาติ พืชผักธรรมชาติที่ขึ้นตามท้องไร่ ทุ่งนา เพื่อมาทำอาหาร บางคนอาจจะหามาขายเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่อำเภอศีขรภูมิ และอำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ อาศัยช่วงหลังเกียวข้าว ออกไปหาขุด ปูนา จับกบ กุ้งฝ่อย และจับปลาชนิดต่างๆอาทิ ปลาช่อน ปลากระทิง ปลาหลด ปลาขาว ปลาซิว ปลาสร้อย และปลาแก้ว ฯลฯ ตามท้องทุ่งนา แล้วพากันนำออกมาวางขายแบกะดิน ที่บริเวณตลาดน้อย ซึ่งเป็นตลาดชาวบ้านข้างทางรถไฟอำเภอศีขรภูมิเป็นจำนวนมาก

 

4

 

สำหรับอาหารที่เป็นที่นิยมในช่วงนี้คงจะหนีไม่พ้น อาหารที่ชาวบ้านในพื้นที่อีสานฮิตและเป็นเมนูที่หาทานยาก หนึ่งปีมีครั้งเดียว คือ ปูนา ซึ่งพบว่าขายดีมาก ราคาพุ่งถึง กิโลกรัมละ 100 บาทเลยทีเดียว หรือแบ่งจำหน่ายในราคาถุงละ 20 บาท หรือ 3 ถุง 50 บาท เพื่อให้ลูกค้าซื้อง่ายขายคล่องอีกด้วย

 

 

2

โดยชาวบ้านสวนใหญ่ที่มาซื้อ ปูนา ส่วนใหญ่บอกว่าปูนา นำไปทำเมนูอร่อย ที่คนพื้นถิ่นเขมรสุรนิทร์ จะเรียกว่า ละแวกะดาม ภาษาอีสานเรียกว่า ละแวกะปู หรือ อ่อมกะปู นั้นเอง นอกจากนี้ ยังสามารถ นำปูนา ไปปิ้ง ต้อมทอด ย่าง ตำน้ำพริก หรือ ลาบปูนา ก็อร่อยไม่แพ้ใคร

 

 

s__5758980

 

นางกรนันท์ บุญตาม เเม่ค้าขายปู กล่าวว่า ช่วงนี้มีปลาดุกนา ปลาช่อนนา กุ้งฝ่อย และปูนา ช่วงนี้ขายดีมาก ใส่ถ้วยก็มี ขายเป็นกิโลกรัมก็มี ปูนาใส่ถุงละ 20 บาท ถ้าเป็นกิโลกรัมละ 100 บาท เฉลี่ยเป็นตัวตกตัวละ 2 บาทถ้าตัวใหญ่ ช่วงนี้หาปูนาไม่ค่อยได้ น้ำมันเยอะฝนมันตกมาอีก ปลาหลด พวงละ 50 บาท กิโลกรัมละ 250 บาท ปลาซิวอ้าว กิโลกรัมละ 130 บาท ปลาขาวนา กิโลกรัมละ 100 บาท รายได้แล้วแต่วันๆไหนคนซื้อเยอะก็ได้เยอะ เหลือกำไรวันละไม่ต่ำกว่า 1.000บาท มีรายการเสริมจาการทำนา เดือนละกว่า 30,000 บาท ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

3