ชาวนาเมืองช้าง ตามรอยในหลวง ร.9 ด้วยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาแก้ปัญหาวิกฤตข้าว

ชาวนาเมืองช้าง ตามรอยในหลวง ร.9 ด้วยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาแก้ปัญหาวิกฤตข้าว ด้วยการพออยู่พอกิน และพึ่งพาตนเอง

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ชาวนาในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ทั้ง 20 อำเภอ กำลังเร่งเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ พันธุ์ กข 15 ที่กำลังเหลืองอร่ามสุกเต็มพื้นนา การเก็บเกี่ยวข้าวชาวนาต้องจ้างรถเกี่ยวข้าวในราคาไร่ละ 500-550 บาทต้องนำมาตากให้แห้งแล้วค่อยนำไปขาย ยังโรงสีใกล้บ้าน ราคาข้าวเปลือกตกต่ำสุดขีดอยู่ที่กิโลกรัมละ 5-6 บาท โรงสีจะรับซื้อข้าวเปลือกความชื้นไม่เกินร้อยละ 30 เฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 6,000 กว่าบาท ส่วนข้าวเปลือกที่เปียกน้ำหรือปลอมปน ราคาจะอยู่ที่ตันละ 5,000 กว่าบาท

ทำให้ชาวนาในหลายๆพื้นที่ ได้ร่วมตัวกัน เพื่อความอยู่รอด ด้วยการหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยเฉพาะชาวนา ที่บ้านไทรทาบ ม.17 ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มาแก้ปัญหาวิกฤตราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำในขณะนี้ ด้วยการใช้ชีวิต แบบเรียบง่าย พออยู่พอกิน และที่สำคัญชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่นำข้าวไปให้กับโรงสี หันมาเก็บข้าวไว้ในยุงฉาง แล้วนำไปสีข้าวไปสี ที่โรงสีชุมชน ขนาดเล็ก เพื่อรับประทานในครัวเรือน เหลือค่อยเอาไปขายเอง เป็นข้าวถุงทำมือ กำหนดราคาขายเอง ขนาดบรรจุ 1 ก.ก. ราคา 28 – 30 บาท ข้าวถัง 15 กก. ราคา 450 บาท ระหว่างรอการช่วยเหลือที่ชัดเจนจากทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล คสช.ต่อไป

 

20161030_104419

 
นายพิรัตน์ เมืองไทย ชาวนา บ้านไทรทาบ กล่าวว่า สิ่งที่เราได้ทำการนำความพอเพียง การพออยู่ พอกิน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น มีรายได้พอเลี้ยงตนเองและครอบครัว ไม่เป็นหนี้เป็นสิน พอได้ผลผลิตมาก้พอทะยอยส่งชำระหนี้ได้ ทำให้ยอดหนี้ของชาวบ้านก็ลดลง ตนได้ศึกษาทางอินเตอร์เน็ตได้เห็นแนวคิดของคนญี่ปุ่น ในการกู้หนี้ยืมสินมาทำการเกษตรมันต่างจากคนไทยมาก เครื่องจักรต้องหมดหนี้ที่ละชิ้นก่อน อย่างเช่นรถไถ่หมดงวดก่อนคนญี่ปุ่นเอาถึงจะเอาเครื่องจักรตัวอื่นขึ้นมา ตนก็อยากให้เกษตรกรไทยได้ตระหนักถึงจุดนี้บ้าง ว่าสิ่งไหนจำเป็น เอามาแล้วไม่ใช่ว่ารอรับจ้างเพียงอย่างเดียว ที่ดินเรามีก็สามารถประยุกต์ใช้ มาทำการปลูกพื้น ไร่นาสวนผสม

ด้าน นายพจน์ จันทร์เสนา ผู้ใหญ่บ้านไทรทาบ กล่าวว่า ช่วงนี้ข้าวราคาถูก เพราะฉะนั้นการที่ชาวนาจะอยู่ได้ก็คือการพึ่งพาตนเอง จะทำให้มีชีวิตอยู่รอด ตนได้บอกชาวบ้านว่า เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วก็อย่าพึ่งพากันขนไปขายให้โรงสี ให้นำไปเก็บไว้ในยุ่งฉากแทน นำมาสีรับประทานเอง และนำมาสีที่โรงสีชุมชนของหมู่บ้าน ก่อนบรรจุใส่ถุงนำไปขายเอง รอให้ราคาข้าวขึ้นก่อน หรือรอการช่วยเหลือที่ชัดเจนจากทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล คสช.ต่อไป

ชาวบ้านไทรทาบกำลังพึ่งตนเองให้มากที่สุด ในส่วนของโครงการจำนำยุ้งฉางข้าว นั้น ตนยังไม่ได้รับหนังสือสั่งการอย่างเป็นทางกา ถ้ามีคำสั่งมาแล้ว ทางตนเองนั้นก็จะประชาสัมพันธ์ให้กับชาวบ้านได้รับทราบต่อไป

โดม ปกรณ์ -หนึ่ง ETC จัดกิจกรรม “คืนธรรมชาติให้ช้าง” ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

โดม ปกรณ์ ลัม และ หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท (หนึ่ง ETC) สองศิลปินใจบุญจิตอาสา ร่วมกับโครงการธรรมช้าง จัดกิจกรรม “คืนธรรมชาติให้ช้าง” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เมื่อวันที่ 19 ต.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อนุสาวรีย์พระยาสุนทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง เจ้าเมืองสุรินทร์คนแรก นางสาวกัตติกา ตั้นจัด ผู้ช่วยผู้กำกับสารคดี “วันช้างโลก” และผู้นำกลุ่มธรรมช้าง ได้นำสมาชิกกลุ่มธรรมช้าง แถลงข่าวการจัดกิจกรรม “คืนธรรมชาติให้ช้าง” ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ย.59 วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวด้วยความใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนทางการท่องเที่ยว โดยเสริมสร้างความเข้มแข็งในสังคมและสิ่งแวดล้อม และเงินบริจาคนำไปสมทบให้แก่ วันช้างโลก มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ และช่วยเหลือช้างเลี้ยงในจังหวัดสุรินทร์ โดยความร่วมมือจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย( ททท.)สำนักงานสุรินทร์ และ องค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์

มีศิลปินชื่อดัง จิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้คือ โดม ปกรณ์ ลัม และ หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท (หนึ่ง ETC) สองศิลปินใจบุญ ร่วมกับโครงการธรรมช้างธรรมช้าง Eleesystem เป็นกลุ่มบุคคลไม่แสวงผลประโยชน์ที่ ได้ศึกษาสภาวะความเป็นอยู่ของช้างเลี้ยงในปัจจุบัน คำนึงถึงการอยู่รอดของควาญกับช้าง ปัจจัยที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมคนเลี้ยงช้างและระบบนิเวศ จึงดำเนินการจัดกิจกรรมมุ่งเน้นให้ความรู้ เพื่อตระหนักถึงคุณค่าของช้าง แนวทางการช่วยเหลือช้างที่ถูกต้องเหมาะสม โดยไม่แสวงผลกำไร รายได้จากการบริจาค 15% สมทบบริจาคให้วันช้างโลก World Elephant Day (www.worldelephantday.org) เพื่อช่วยเหลือช้างทั่วโลก 15% สมทบบริจาคให้มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ Elephant Reintroduction Foundation (www.elephantreintroduction.org)

เพื่อช่วยเหลือช้างเร่ร่อนให้ได้คืนสู่ธรรมชาติ และ 70% นำไปช่วยเหลือช้างในจังหวัดสุรินทร์ซึ่งมีช้างเลี้ยงมากกว่า 200 เชือกในหมู่บ้านตากลาง ให้มีแหล่งอาหารและน้ำที่เพียงพอ มีสุขภาพที่ดี พัฒนาระบบนิเวศ พร้อมทั้งเผยแพร่ความรู้และการร่วมตระหนักถึงดังกล่าวไปยังทั่วประเทศไทย

กำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 7 – 8 พฤศจิกายน 2559 ปลูกพืชอาหารช้าง และ ฉายสารคดี “Return to the Forest” พบกับคุณโดม ปกรณ์ ลัม และคุณหนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท วันที่ 7 พ.ย.59 กิจกรรมปลูกพืชอาหารช้าง ณ โรงเรียนบ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ และโรงเรียนในชุมชน รวมไปถึงควาญช้างในพื้นที่ วันที่ 8 พ.ย. 59 ฉายสารคดี“Return to the Forest” สารคดีในการประกาศวันช้างโลก ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ กิจกรรมสร้างสุข ภายใต้ชมรม To Be Number One ชมนิทรรศการช้างและระบบนิเวศ โดยชมรมทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ และกิจกรรมจากศิลปินที่เข้าร่วมสนับสนุนธรรมช้าง เงินบริจาคนำไปสมทบให้แก่ วันช้างโลก มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ และช่วยเหลือช้างเลี้ยงในจังหวัดสุรินทร์

 

 

6

นางสาวกัตติกา ตั้นจัด ผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนต์ “วันช้างโลก” และผู้นำกลุ่มธรรมช้าง กล่าวว่า ทีม ธรรมช้าง มาจาก ธรรมชาติ และ ช้าง ได้จัดกิจกรรม “คืนธรรมชาติให้ช้าง” เนื่องจากได้เห็นความสำคัญของชาติและระบบนิเวศ จึงอยากจะถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับช้างและระบบนิเวศให้คนส่วนมากได้ทราบ เพราะคนส่วนใหญ่รู้แต่ว่าช้างเป็นสัตว์ใหญ่ เป็นสัญลักษณ์คู่บ้านเมือง เป็นสัตว์รูปร่างใหญ่ ฉลาด และแสนรู้ แต่น้อยมากที่คนส่วนใหญ่จะเล็งเห็นความสำคัญของเขา ที่มีต่อธรรมชาติ และระบบนิเวศจริง ๆ เพื่อปรับให้ช้างอยู่ได้ ระบบนิเวศก็คงอยู่ ถ้ามีช้างระบบนิเวศยังคงอยู่ ถ้ามีระบบนิเวศช้างยังคงอยู่ โดยที่ไม่คำนึงถึงแต่เรื่องราวของการท่องเที่ยวจนมากเกินไป

สำหรับกิจกรรม “คืนธรรมชาติให้ช้าง”วันที่ 7-8 ต.ค.59 เราได้รับเกียรติจาก คุณโดม ปกรณ์ ลัม และคุณหนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท(หนึ่งETC) มาเป็นศิลปินในการร่วมกิจกรรม วันที่ 7 พ.ย.59 กิจกรรมปลูกพืชอาหารช้าง ณ โรงเรียนบ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ และโรงเรียนในชุมชน รวมไปถึงควาญช้างในพื้นที่ วันที่ 8 พ.ย. 59 ฉายสารคดี“Return to the Forest” สารคดีในการประกาศวันช้างโลก ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ โดยกิจกรรมและเงินบริจาค นำไปสมทบให้แก่ วันช้างโลก มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ และช่วยเหลือช้างเลี้ยงในจังหวัดสุรินทร์ ร่วมถวายความอาลัย และร่วมกันทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

Homepage

ตำรวจเมืองช้าง…รวบตำรวจเก๊ ยึด ยาบ้า 26,000 เม็ด ยาไอซ์ อาวุธปืน พร้อมรถหรู!!

ตำรวจเมืองช้าง…รวบตำรวจเก๊ ทำเนียน วางหมวกตำรวจ เสื้อเกราะ และบัตรตำรวจ ไว้ที่หน้ารถ หวังผ่านด่านตรวจฉลุย สุดท้ายไปไม่รอดยึด ยาบ้า 26,000 เม็ด ยาไอซ์ อาวุธปืน พร้อมรถหรู

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้า สภ.โชคนาสาม อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฉลอง ภาคภิญโญ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ และนายวีรเกียรติ รัมมณีย์รัตนากุล นายอำเภอปราสาท ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมยาบ้า จำนวน 26,000 เม็ด

สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 05:30 น. (15 ก.ย.59) จากการในการสั่งการของ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ,พล.ต.ต.ฉลอง ภาคภิญโญ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์,นายวีรเกียรติ รัมมณีย์รัตนากุล นายอำเภอปราสาท ,พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ /หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสุรินทร์ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการยาเสพติดสืบสวนกลุ่มผู้ค้ายา

ซึ่งทราบจากสายลับ ได้งานว่าจะมีนำยาบ้ามาส่งให้ลูกค้าในเส้นทางจังหวัดอุบลราชธานี มาตามเส้น 24 ถนนสายโชคชัย- เดชอุดม พ.ต.อ.โชติ ตระกูล กผกก.สภ.โชคนาสาม พ.ต.ท.กัมปนาท สำเร็จ รอง ผกก.สภ.โชคนาสาม ปราบปรามฯ จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่ในเส้นทางตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย ที่จุดตรวจ ตู้ยามโชคนาสาม ต.ตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 178-179

จนกระทั่งเวลา 05:30 น. ของวันที่ 15 ก.ย.59 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคนาสาม ได้ตั้งจุดตรวจ โดยมี ร.ต.อ.วิรัตน์ บรรเลง เป็นหัวหน้าชุดจุดตรวจ ปรากฏว่าได้ ได้มีรถยนต์เก๋ง เลขทะเบียนร กย 7066 อุบลราชธานี วิ่งผ่านมา โดยมีนายสุภี บรรเทาขัน เป็นคนผู้ขับ นายสมบัติ ธรรมโชติ และนายจีรพันธ์ สาลีพันธ์ นั่งมาด้วย ขับมาจากด้าน อ.ประสาทมุ่งหน้าไปทาง อ.ประโคนชัยจ จ.บุรีรัมย์ในลักษณะมีพิรุธ และมีท่าทีขัดขืน การตรวจค้นดูพยามขับรถหลบหนี เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ร่วมกันสกัดรถคันดังกล่าวจนหยุด แล้วแจ้งความประสงค์ขอทำการตรวจค้นรถ และบุคคลโดยก่อนตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ผู้ต้องหาดูจนเป็นที่พอใจแล้ว

จึงจะลงมือตรวจค้นผลปรากฏว่า มีหมวกตำรวจ สายตรวจ เสื้อเกราะ บัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอม และพบยาบ้าจำนวน 26,000 เมตร (13 มัด) และยาไอซ์ น้ำหนัก 30 กรัม ไว้ในกระเป๋า ผ้าสีขาว วางไว้ที่พื้นรถเก่งด้านหลังซ้าย และพบอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ขนาด . 32 มม.จำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนขนาดเดียวกันจำนวน 6 นัด โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง และรถเก่งยี่ห้อโตโยต้าสีบรอน เงิน หมายเลขกระเบียน กย 7066 อุบลราชธานี จึงได้ร่วมกันตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหา ทั้ง 3 คนรับทราบว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง( ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเขตเมือง หมู่บ้านและสาธารณะโดยไม่รับอนุญาตและมีเหตุโดยไม่มีเหตุอันควรจำเป็นอย่างเร่งด่วนจากนั้น จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

สำนักข่าวทีนิวส์ จัดอบรม เสริมเขี้ยว..ให้เหยี่ยวข่าวเมืองช้าง

เมื่อ วันที่ 28 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 3 สำนักงานสหกรณ์ ออมทัพย์ครูสุรินทร์ จำกัด ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ พล.ต.ต.ฉลอง ภาคย์ภิญโญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ประธานเปิดการฝึกอบรม “เหยี่ยวข่าว TNEWS” จังหวัดสุรินทร์ รุ่นที่ 1 โดยนายชูชัย ดำรงสันติสุข หัวหน้าศูนย์ข่าว TNEWS จังหวัดสุรินทร์ กล่าวต้อนรับ ผู้เข้าอบรมฯ กว่า 100 คน ที่เดินทางมาจาก จังหวัดเขตอีสานใต้ และทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย มีนายอุดร แสงอรุณ บรรณาธิการข่าวภูมิภาค สำนักข่าว TNEWS กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดฝึกอบรมครั้งนี้ เพื่อสร้างนักสื่อสารชุมชน โครงการสร้างเครือข่าย “เหยี่ยวข่าว TNEWS” ครบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยใช้หลักสูตรเร่งรัด 1 วัน โดยสอนด้านทฤษฏี วิชาการ และการลงพื้นที่ปฏิบัติจริง ณ สนามข่าว

ทั้งนี้ นายอิทธิพล กาวรรณธง หัวหน้าข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ และ นายอุดร แสงอรุณ บรรณาธิการข่าว สำนักข่าว ทีนิวส์ ทำหน้าที่วิทยากรอบรมให้ความรู้ หลักการทำข่าว ผสมผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพียงใช้โทรศัพท์มือถือที่มีอยู่แล้ว ถ่ายภาพ ตัดต่อ และเขียนข่าว ดุจสายเหยี่ยวในการสอดส่องเป็นหูเป็นตา และสามรถส่งภาพ ข่าว เข้าสู่ระบบต่างๆของ สำนักข่าวTNEWS ได้อย่างถูกต้อง รอบด้าน และรวดเร็ว ทันสถานการณ์ และเรียนรู้ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ก่อนการนำเหยี่ยวข่าวกว่า 100 ชีวิต ลงพื้นที่ ฝึกปฏิบัติงานจริง กรณีถนนเจ้าปัญหา สายสุรินทร์ –จอมพระ กระทั้งหน่วยงานผู้รับผิดชอบได้ออกมาชี้แจง พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนแล้ว
นายภูสิทธิ์ พสุธาเมตต์กิติกุล ผู้เข้าอบรม“เหยี่ยวข่าว TNEWS”รุ่นแรกของจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ตนเป็นคนที่ชอบอ่านข่าว และชอบเขียนเรื่องราว ข่าวสาร ลงเฟสบุ๊คทุกวัน และทำงานช่วยเหลือสังคมอยู่แล้ว พอดีทราบข่าวจากน้องที่หน่วยกู้ภัยอำเภอรัตนบุรี ก็ขอแจ้งชื่อและเข้ามาอบรมในวันนี้ หลังจากได้รับความรู้เบื้องต้นด้านการทำข่าวแล้ว จะกลับไปต่อยอดการ ถ่ายภาพทำข่าว เขียนข่าว ที่มีหลักการมากขึ้นและส่งเข้าขึ้นตรงกับสำนักข่าว TNEWS เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชุนเท่าที่ความสามารถจะทำได้ และหากมีอะไรติดขัดหรือยังไม่เข้าใจ ก็จะสอบถามทีมกองบรรณาธิการสำนักข่าว TNEWS ต่อไป

นายสุทธิ บุญทัน ผู้เข้าอบรม“เหยี่ยวข่าว TNEWS”รุ่นแรกของจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ได้รับประโยชน์จากการเป็นเหยี่ยวข่าว TNEWS เมื่อได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากชาวบ้านในพื้นที่ ก็จะปากและกระบอกเสียงแทนชาวบ้านได้ โดยการลงพื้นที่ทำข่าว เพื่อส่งให้สำนักข่าว TNEWS นำเสนอข่าว ช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

 

13619854_512704145603805_3491229130441902588_n

นายชูชัย ดำรงสันติสุข หัวหน้าศูนย์ข่าว TNEWS จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า นับแต่นี้ไปจะทำหน้าที่ เพื่อให้สมาชิก “เหยี่ยวข่าว TNEWS” นำเสนอข่าว พร้อมร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชน พอทางศูนย์ข่าว TNEWS จังหวัดสุรินทร์ ได้รับเรื่องร้องเรียนมาก็จะลงพื้นที่ทำข่าว เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

ด้าน นายอุดร แสงอรุณ บรรณาธิการข่าวภูมิภาค สำนักข่าว TNEWS กล่าวว่า ขอบคุณพี่โจ้ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวTNEWS ประจำ จ.สุรินทร์ นโยบายของผู้บริหาร สำนักข่าวTNEWS ต้องการสร้างเครือข่าย นักสื่อสารชุมชน โดยเฉพาะการอบรม เหยี่ยวข่าว TNEWS ที่ จ.สุรินทร์ ในวันนี้มีหลายภาคส่วนเข้ารับการอบรม ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย องค์กรการกุศล ประชาชน ทราบว่าเดินทางมาจากหลายจังหวัด อาทิ จ.บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ปราจีนบุรีฯลฯ รวมไปถึงพี่น้องที่ จ.สุรินทร์ด้วย วันนี้อบรมเข้ม 1 วันเต็ม ภาคเช้า ทฤษฏี ภาคบ่าย ภาคปฏิบัติจริง ประสบการที่ได้แม้จะด้วยระยะเวลาอันสั้น ตนคิดว่า เหยี่ยวข่าวTNEWS ทุกๆคน สามารถนำเอาหลักการ ทำข่าว เขียนข่าว จากการลงพื้นที่หาข้อมูลจริงๆมาเติมเต็มให้กับเหยี่ยวข่าวทุกท่าน สำคัญยิ่งคือการมีจรรยาบรรณสื่อมวลชน และกฏหมายต่างๆที่จะมาควบคู่กับการเผยแพร่ข่าวสาร ทางอินเตอร์เน็ท วันนี้ถือว่า ต้องขอบคุณ เหยี่ยวข่าว และบุคคลที่ให้ความสนใจ ตนหวังว่าความรู้ที่ได้รับในวันนี้ จะสามารถนำไปปรับใช้งาน ในชีวิตประจำวันของตนเอง และสามารถนำมาใช้งานด้านงานข่าว ในอนาคตก็อาจจะได้เป็นนักข่าวมืออาชีพจริงๆก็ได้ในอนาคต